งบฯ 3.7 ล้านล้าน: สัญญาณเตือนวิกฤตการคลังไทยปี 2570
ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 ระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย. ชี้ฐานะการคลังไทยอ่วม รายจ่ายประจำพุ่ง-ภาระหนี้อื้อ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- งบฯ 2570 กว่า 3.7 ล้านล้านบาทจ่อพิจารณาวาระ 2-3 วันที่ 7-9 ก.ย.นี้
- รายจ่ายประจำเพิ่มต่อเนื่องสวนทางงบลงทุน ภาระชำระหนี้พุ่ง 4.62 แสนล้านบาท
- งบไม่พอจ่ายจริง ขาดอยู่กว่า 1.04 แสนล้านบาทในหมวดสำคัญ
- รัฐบาลต้องเตรียมตั้งงบชดใช้เงินคงคลังปี 2569 อีก 1.15 แสนล้านบาทในปี 2571
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 2 และ 3 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 ถึง 9 กันยายนนี้ ถูกมองว่าไม่ควรเป็นเพียงแค่พิธีกรรมทางการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะยกมือผ่านงบประมาณมูลค่ากว่า 3.7 ล้านล้านบาทไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากรายงานจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้สะท้อนสัญญาณเตือนที่ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาเชิงโครงสร้างของฐานะการคลังประเทศที่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง
ประเด็นที่สร้างความกังวลมากที่สุดในร่างงบประมาณฉบับนี้คือ สัดส่วนของรายจ่ายประจำที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางโดยตรงกับงบประมาณในส่วนของการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศที่มีแนวโน้มลดลงอย่างน่าใจหาย ขณะเดียวกัน ภาระในการชำระหนี้ภาครัฐก็ปรับตัวสูงขึ้นจนน่าตกใจ โดยเฉพาะในส่วนของดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่พุ่งสูงกว่า 3.1 แสนล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมภาระชำระหนี้ทั้งหมดพุ่งแตะระดับ 4.62 แสนล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ในส่วนของรายจ่ายด้านบุคลากรภาครัฐอย่างเบี้ยหวัด บำเหน็จ และบำนาญข้าราชการ ก็มีตัวเลขสูงถึง 3.89 แสนล้านบาท และยังคงมีแนวโน้มที่จะขยับสูงขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อการจัดสรรงบประมาณในอนาคต ทำให้ภาครัฐมีงบเหลือสำหรับพัฒนาประเทศน้อยลงไปทุกที
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อพบว่า งบประมาณที่ตั้งไว้ในหลายรายการยังคงไม่เพียงพอกับรายจ่ายจริงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในหมวดค่ารักษาพยาบาลและเบี้ยหวัดบำนาญ เมื่อนำรายการสำคัญทั้งหมดมารวมกันพบว่าประมาณการรายจ่ายอยู่ที่ 9.7 แสนล้านบาท แต่กลับได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง 8.65 แสนล้านบาทเท่านั้น ทำให้เกิดตัวเลขขาดแคลนสะสมสูงถึงกว่า 1.04 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
วิกฤตเชิงโครงสร้างงบประมาณลักษณะนี้สะท้อนถึงความท้าทายระยะยาวของวินัยการคลังภาครัฐ เมื่อรายจ่ายไม่ยืดหยุ่นอย่างงบเงินเดือนและบำนาญขยายตัวต่อเนื่อง รัฐบาลจึงสูญเสียพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือเยียวยาเศรษฐกิจยามวิกฤต ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูประบบภาษีหรือการจัดเก็บรายได้พร้อมกับการควบคุมรายจ่ายประจำอย่างเป็นระบบ ประเทศย่อมเผชิญความเสี่ยงด้านความยั่งยืนทางการคลังในอนาคต
ไม่เพียงแต่วิกฤตในปี 2570 เท่านั้น ปัญหานี้ยังลากยาวต่อเนื่องไปถึงปีงบประมาณ 2571 ซึ่งรัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลังที่ถูกนำมาใช้ในปี 2569 สูงถึง 1.15 แสนล้านบาท เพิ่มภาระทางการคลังให้หนักหน่วงขึ้นไปอีกขั้น
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น