พ.ต.อ.ทวี ลงพื้นที่สงขลา จี้รัฐแก้ปัญหาระบบประมงไทย
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเมื่อ 5 กันยายน 2569 รับฟังวิกฤตประมงใกล้ล่มสลาย ชี้โรงงานต้องพึ่งพาปลาต่างชาติสูงถึง 80%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อรับฟังปัญหาประมง
- สมาคมประมงชี้โรงงานแปรรูปต้องพึ่งพาปลาต่างชาติสูงถึง 80%
- เรียกร้องรัฐบาลเลิกมองประมงเป็นผู้ร้ายและปรับวิธีคิด
- เสนอผลักดันปัญหาประมงให้เป็นวาระแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ Casa Der See Boutique House เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากพี่น้องชาวประมงและผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างหนักจนอาชีพประมงพื้นบ้านและพาณิชย์ใกล้ล่มสลายลงทุกที
ในเวทีหารือดังกล่าว ตัวแทนจากสมาคมประมงและผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ ได้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน โดยระบุว่าอุปสรรคสำคัญมาจากข้อจำกัดทางกฎหมาย ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนค่าน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้โรงงานแปรรูปในประเทศต้องแบกรับภาระหนักหน่วง และปัจจุบันต้องหันไปพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบปลาจากต่างประเทศสูงถึงร้อยละ 80 ของกำลังการผลิตทั้งหมด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นางสาวช่อผกา แซ่เห้ง อุปนายกสมาคมประมงสงขลา และนายมูฮำหมัด เบ็ญโส๊ะ กรรมการผู้บริหาร บริษัท เอ แอนด์ เอ็น พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นหลานจุฬาราชมนตรี ได้ร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกถึงสภาพปัญหาที่แท้จริง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งทบทวนและปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมนี้ โดยระบุว่ารัฐบาลควรเลิกมองอาชีพประมงเป็นผู้ร้ายทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ควรหันมาให้การส่งเสริมอย่างจริงจังในการพัฒนาการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเข้าสู่ตลาดโลก
วิกฤตอุตสาหกรรมประมงไทยในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของต้นทุนการทำประมงที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบระหว่างประเทศและมาตรฐานการทำประมงที่ยั่งยืน (IUU Fishing) ที่ภาครัฐและเอกชนต้องหาจุดสมดุลร่วมกัน การพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าสูงถึง 80% สะท้อนให้เห็นว่าห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งหากไม่มีการยกระดับโครงสร้างการสนับสนุนจากภาครัฐ อาจส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังอุตสาหกรรมอาหารทะเลส่งออกมูลค่าสูงของไทยในระยะยาวได้
ทางด้าน พ.ต.อ.ทวี ได้รับฟังข้อเสนอแนะทั้งหมดพร้อมทั้งระบุว่า ปัญหาของพี่น้องชาวประมงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดและนโยบายการบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด โดยเสนอให้ผลักดันเรื่องนี้ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อบูรณาการความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น