ข้ามไปเนื้อหาหลัก

4 พฤติกรรมเสี่ยงทำเด็กและสัตว์เลี้ยงติดเชื้อฉี่หนูในป่า

เช็ก 4 พฤติกรรมเสี่ยงเมื่อเที่ยวป่าที่อาจทำให้เด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงติดเชื้อฉี่หนู พร้อมอาการป่วยที่ต้องระวังหลังกลับจากทริป

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
06 Sep 2026ที่มา: Thairath Lifestyle3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
4 พฤติกรรมเสี่ยงทำเด็กและสัตว์เลี้ยงติดเชื้อฉี่หนูในป่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • แบคทีเรียโรคฉี่หนูเข้าทางแผล ผิวเปียก หรือการกินน้ำปนเปื้อน
  • 4 พฤติกรรมเสี่ยงได้แก่ ย่ำโคลน กินน้ำธรรมชาติ ดมพื้น และมีแผลโดนน้ำ
  • อาการมักแสดงใน 1-2 สัปดาห์ มีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ และตัวเหลือง
  • ป้องกันได้ด้วยการสวมรองเท้าบูท พกน้ำดื่ม และล้างตัวทันทีหลังออกจากป่า

การพาเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงออกไปท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติเป็นกิจกรรมที่หลายครอบครัวชื่นชอบ แต่พฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกเขาอาจนำไปสู่การสัมผัสกับเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคฉี่หนูสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางบาดแผล ผิวหนังที่เปื่อยนุ่มจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน หรือผ่านการนำเข้าปากโดยตรง โดยมี 4 พฤติกรรมหลักที่ต้องระวังเป็นพิเศษในระหว่างทำกิจกรรมกลางแจ้ง

พฤติกรรมแรกคือการที่ผิวหนังบริเวณเท้าของเด็กหรืออุ้งเท้าของสัตว์เลี้ยงต้องย่ำโคลนหรือน้ำขังเป็นเวลานาน จนทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่มและเปิดช่องให้เชื้อแบคทีเรียไชเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น พฤติกรรมที่สองคือการปล่อยให้ดื่มหรือกลืนน้ำจากลำธาร น้ำตก หรือแอ่งน้ำตกค้าง ซึ่งอาจมีการปนเปื้อนปัสสาวะจากสัตว์ป่าหรือสัตว์พาหะ

Thailand hiking boots forest trail stream

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

พฤติกรรมที่สามเกี่ยวข้องกับการสำรวจสิ่งแวดล้อม สัตว์เลี้ยงมักใช้การดมและนำหน้าไปคลอเคลียกับพื้นดิน ใบไม้แห้ง หรือซากสัตว์ ขณะที่เด็กเล็กอาจใช้มือสัมผัสสิ่งของตามพื้นแล้วเผลอนำมาจับหน้าหรือเข้าปาก และพฤติกรรมที่สี่คือการปล่อยให้รอยถลอก รอยมดกัด หรือแผลสดสัมผัสกับน้ำขังในป่า ทำให้เชื้อโรคผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ทันที

1-2สัปดาห์ระยะแสดงอาการ
4พฤติกรรมเสี่ยงในป่า

หลังจากได้รับเชื้อแล้ว ระยะเวลาการแสดงอาการของโรคฉี่หนูมักเกิดขึ้นภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ การหมั่นสังเกตความผิดปกติอย่างใกล้ชิดหลังกลับจากทริปจะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สัญญาณแรกเริ่มมักมีไข้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่วมกับอาการหนาวสั่น ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่องและหลัง หากอาการรุนแรงขึ้นอาจพบตาแดง ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือซึมลงผิดปกติ สำหรับสุนัขจะแสดงอาการผ่านการซึม เบื่ออาหาร มีไข้สูง อาเจียน ปวดเกร็งช่องท้อง อุ้งเท้าหรือเหงือกมีสีเหลือง และปัสสาวะมีสีเข้มหรือมีเลือดปน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

โรคฉี่หนูหรือ Leptospirosis เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนหรือพื้นที่ที่มีน้ำขัง การเชื้อแบคทีเรีย Leptospira จะปนเปื้อนมากับปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หนู สุนัข หรือโคกระบือ การทำความเข้าใจพฤติกรรมเสี่ยงและการป้องกันเบื้องต้นจึงเป็นเกราะ ป้องกันสำคัญสำหรับสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง

การป้องกันและดูแลสุขภาพระหว่างท่องเที่ยวทำได้ง่ายด้วยการเตรียมอุปกรณ์และวางแผนล่วงหน้า ให้เด็กสวมรองเท้าบูทยางหรือรองเท้าหุ้มส้นกันน้ำ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า ส่วนสัตว์เลี้ยงควรใส่รองเท้าสำหรับสัตว์หรือใช้สายพยุงเพื่อเลี่ยงน้ำขัง พกน้ำดื่มสะอาดและชามน้ำส่วนตัวให้เพียงพอเพื่อป้องกันการดื่มน้ำธรรมชาติ และต้องทำความสะอาดมือ เท้า หรืออุ้งเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีหลังออกจากป่า

หากพบว่าเด็กมีบาดแผลหรือเผลอลุยน้ำขัง ให้รีบปฐมพยาบาลโดยใช้น้ำสะอาดล้างแผลหลายๆ ครั้ง ทำความสะอาดรอบแผลด้วยสบู่ ซับให้แห้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ และปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หากพบอาการสงสัยหลังจากกลับจากทริป ให้รีบไปพบแพทย์สำหรับเด็กหรือสัตวแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการท่องเที่ยวป่าหรือลุยน้ำอย่างละเอียดเพื่อรับยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้