Perplexity ปรับลดฟีเจอร์ AI: ผู้ใช้โวยเสียเงินเท่าเดิมแต่ได้ของลดลง
ผู้ใช้ Perplexity แห่โวยใน Reddit หลังฟีเจอร์เด่นอย่างเบราว์เซอร์ Comet และโมเดลดังหายไปโดยไม่แจ้งล่วงหน้า พร้อมถูกบังคับให้จ่ายเครดิตเพิ่ม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผู้ใช้ Perplexity รุมวิจารณ์กรณีฟีเจอร์หลักและโมเดล AI หายไปจากแพ็กเกจรายเดือน
- เบราว์เซอร์ Comet ถูกย้ายไปอยู่หลังระบบเครดิต คอมพิวเตอร์ ที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
- ผู้ใช้ชี้ว่าค่าบริการรายเดือน 200 ดอลลาร์ให้ความคุ้มค่าลดลงหลังการถอดฟีเจอร์
- เสียงสะท้อนจากชุมชนชี้ว่าบริการรายบุคคลกำลังถูกปรับลดความน่าใช้งานลง
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ที่สุดในวงการ AI สำหรับผู้บริโภคคือเรื่องโควตาการใช้งานที่หมดเร็วเกินคาด แต่ล่าสุดกระแสความไม่พอใจได้ขยับเปลี่ยนไปสู่วิกฤตที่รุนแรงกว่าเดิม นั่นคือการที่ฟีเจอร์ซึ่งเคยจ่ายเงินซื้อไปแล้วกลับถูกถอดออกอย่างไร้ร่องรอย เบราว์เซอร์ถูกจำกัดการเข้าถึง โมเดล AI ตัวโปรดหายไป และบางรายประสบปัญหาจ่ายเงินซื้อเครดิตแต่ไม่ได้รับของ โดยมีศูนย์กลางปัญหาอยู่ที่แพลตฟอร์ม Perplexity และมีร่องรอยปัญหาที่คล้ายคลึงกันในแพลตฟอร์มอื่นด้วย
ประเด็นที่สร้างความไม่พอใจมากที่สุดคือเรื่องของ Comet เบราว์เซอร์แบบ Agentic ของ Perplexity ซึ่งผู้ใช้หลายคนสมัครสมาชิกเข้ามาเพื่อใช้งานฟีเจอร์นี้โดยเฉพาะ ในกระทู้บน Reddit เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม หัวข้อ Comet Has Been Gutted ผู้ใช้ชื่อ ddd27ddd ได้ระบุถึงปัญหาดังกล่าวว่า เหตุผลหลักที่ย้ายมาใช้ Perplexity พังทลายลงแล้ว เพราะตอนนี้ต้องใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์และใช้เครดิตราคาแพงเพื่อรันเบราว์เซอร์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการตัดทอนกระบวนการทำงานอย่างรุนแรง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกเหนือจากฟีเจอร์หลักแล้ว ผู้ใช้ยังพบว่าฟีเจอร์ปลีกย่อยอีกหลายตัวถูกถอดออกไปแบบเงียบๆ ผู้ใช้ชื่อ sho-ne ได้แจกแจงรายการที่หายไปจากเวอร์ชันเว็บเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมว่า ระบบไม่แสดงผลอีกต่อไปแล้วว่าใช้โมเดลใดในการตอบคำถาม และไม่สามารถลบคำตอบทิ้งได้ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้มีความสำคัญต่อการใช้งานประจำวันอย่างมาก แต่กลับไม่มีการประกาศแจ้งเตือนใดๆ จากทางบริษัท
ในกระทู้เดียวกัน ผู้ใช้ชื่อ Powerful-Cheek-6677 ได้คำนวณความคุ้มค่าออกมาตรงๆ ว่า ตอนนี้ผู้ใช้งานกำลังจ่ายเงิน 200 ดอลลาร์เพื่อแลกกับเสิร์ชเอนจินที่มีเครดิต 10,000 ต่อเดือนเท่านั้น เนื่องจากคอนเน็กเตอร์เกือบทั้งหมดถูกย้ายไปอยู่ฝั่งคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว ทำให้มูลค่าของบริการลดลงไปอย่างมาก
"I used to never run out of image generation credits. I can generate like 5 per week now. I used to daily GPT 5.5. They removed that. I switched to Gemini 3.1 pro thinking. They removed that… I really did love the product and the concept. This is not how you keep customers."
RealPlatypus8041, r/perplexity_ai, 21 สิงหาคม 2026
ความโกรธ AI-Insight: การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของแพลตฟอร์ม AI
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในธุรกิจ AI เชิงพาณิชย์ เมื่อบริษัทสตาร์ทอัพเติบโตขึ้นและมีต้นทุนการประมวลผล (Compute Cost) มหาศาล การรักษาฐานลูกค้าบุคคลทั่วไป (Consumer Tier) ที่จ่ายค่าบริการแบบเหมาจ่ายอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาวเท่ากับการเจาะตลาดองค์กร (Enterprise) การแอบถอดฟีเจอร์หนักๆ หรือผลักดันให้ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินซื้อเครดิตเพิ่ม (Usage-based pricing) จึงเป็นวิธีบริหารต้นทุนที่บริษัทเทคหลายแห่งเลือกใช้ แม้จะเสี่ยงต่อการสูญเสียความเชื่อใจของผู้ใช้ยุคแรกก็ตาม
ประเด็นที่สร้างความรำคาญใจให้ผู้ใช้มากที่สุดคือการถูกผลักดันให้ใช้ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ภายในแพลตฟอร์มที่จ่ายเงินอยู่แล้ว โดยกระทู้ของ True-Collection-6262 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ได้รับคะแนนโหวตมากกว่าร้อยครั้ง และมีผู้ใช้ชื่อ Early_Alternative211 เข้ามาวิจารณ์กลไกดังกล่าวว่าระบบตั้งค่านี้เป็นค่าเริ่มต้นในพื้นที่โครงการ ซึ่งทำตัวเหมือนโฆษณาที่น่ารำคาญแม้จะเป็นผู้ใช้แบบเสียเงินก็ตาม
ที่มา: Dev.to
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น