อภิสิทธิ์ ชี้ พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ส่อขัดรัฐธรรมนูญ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิปรายในสภาฯ ติง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท จัดงบลงทุนน้อยกว่ากฎหมายกำหนด พร้อมเสนอตัดงบ 1.5 แสนล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เมื่อ 7 กันยายน
- อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอตัดงบรวม 1.5 แสนล้านบาท ห่วงหนี้สาธารณะจ่อชนเพดาน
- ชี้งบลงทุนผ่านเกณฑ์ขาดดุลแบบฉิวเฉียดเพียง 1.7 พันล้านบาท และส่อขัดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง
- ที่ประชุมสภาฯ ลงมติมาตรา 4 ด้วยคะแนนเห็นด้วย 281 เสียง ไม่เห็นด้วย 133 เสียง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 หลังจากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยบรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างเข้มข้นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านที่ออกมาท้วงติงถึงโครงสร้างงบประมาณแผ่นดินในครั้งนี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายในมาตรา 4 โดยเสนอให้มีการตัดลดงบประมาณในภาพรวมลงจำนวน 1.5 แสนล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันประเทศมีแหล่งเงินนอกงบประมาณและ พ.ร.ก. กู้เงิน ที่จะเข้ามาเติมระบบอีกราว 2 แสนล้านบาท ประกอบกับสถานการณ์หนี้สาธารณะของประเทศในปัจจุบันที่ขยับเข้าใกล้ชนเพดาน รวมถึงภาระหนี้ค้างท่อในรัฐวิสาหกิจและธนาคารของรัฐ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่เปราะบางและมีความเสี่ยงสูง
"ผมผิดหวังที่ กมธ.ฯไม่พยายามรีดไขมัน เพื่อให้มีพื้นที่ทางการคลัง ช่องว่างในการรับมือสถานการณ์วิกฤติ ที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ย้ำว่ายังมีวิกฤติ ที่ยังไม่สิ้นสุด"
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังได้กล่าวโจมตีถึงความโปร่งใสและข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยระบุว่ารายละเอียดงบประมาณปีนี้มีความเสี่ยงที่จะไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ซึ่งกำหนดให้ต้องจัดสรรงบรายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่า 20% และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินที่งบประมาณขาดดุล แต่ปรากฏว่าสัดส่วนรายจ่ายลงทุนดังกล่าวเกินกว่ายอดขาดดุลมาแบบฉิวเฉียดเพียง 1,700 ล้านบาทเท่านั้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายลงทุนตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาว การที่สัดส่วนงบลงทุนปริ่มเส้นขาดดุลสะท้อนถึงข้อจำกัดทางการคลังที่รัฐบาลต้องเผชิญ ท่ามกลางภาระหนี้สาธารณะที่สะสมและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังต้องการเม็ดเงินลงทุนภาครัฐเป็นแรงกระตุ้นหลัก การตรวจสอบความโปร่งจึงไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขทางบัญชี แต่เป็นหลักประกันเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ
นายอภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงความถูกต้องในการจัดประเภทรายจ่าย โดยยกตัวอย่างงบกลางในส่วนเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินที่ตั้งไว้ 1 แสนล้านบาท ซึ่งทางกรรมาธิการอ้างว่า 60% หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท เป็นรายจ่ายลงทุน ทั้งที่งบฉุกเฉินลักษณะดังกล่าวไม่มีโครงการ ไม่มีแบบแปลน และไม่มีสถานที่ระบุชัดเจน รวมถึงกรณีการนับงบค่าบริการคลาวด์ภาครัฐมูลค่า 4,500 ล้านบาทว่าเป็นรายจ่ายลงทุน ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นการจัดเก็บข้อมูลเพื่อภารกิจประจำและเป็นรายจ่ายประจำมากกว่าการลงทุนจริง
ทางด้าน นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ โดยยืนยันว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายดังกล่าวได้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบและข้อกฎหมายทุกประการ ก่อนที่ในเวลาต่อมา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะดำเนินการลงมติในมาตรา 4 ผลปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วย 281 เสียง ไม่เห็นด้วย 133 เสียง งดออกเสียง 46 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น