อดีต ส.ว. ชี้ปมดาต้าเซ็นเตอร์: หนุนรัฐเปิดลงทุนแต่ต้องคุมถูกจุด
อดีต ส.ว. มองปมศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ในไทยไม่ควรกลายเป็นสงครามเลือกข้าง หนุนเปิดรับการลงทุนแต่ต้องตรวจสอบการใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ชี้ปัญหาไทยมักเลือกข้างก่อนเลือกข้อมูล ปมดาต้าเซ็นเตอร์เสี่ยงซ้ำรอย
- ย้ำดาต้าเซ็นเตอร์คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล
- แนะตรวจสอบ 4 คำถามหลักตั้งแต่การขออนุญาตจนถึงการใช้อาคารจริง
- จี้ภาครัฐจัดระบบกฎหมายที่กระจัดกระจายให้โปร่งใสและตรวจสอบได้
สังคมไทยมักเผชิญกับปัญหาเดิมซ้ำๆ ทุกครั้งที่มีประเด็นใหม่เกิดขึ้น ผู้คนมักรีบเลือกข้างก่อนที่จะพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ฝ่ายหนึ่งพร้อมสนับสนุนทุกอย่างหากเห็นว่าดี ขณะที่อีกฝ่ายพร้อมปฏิเสธทันทีโดยไม่ฟังเหตุผล จนประเด็นที่ควรถูกถกเถียงด้วยข้อเท็จจริงกลับกลายเป็นเรื่องของอารมณ์และความขัดแย้งทางการเมืองไปในที่สุด
ศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center กำลังตกอยู่ในวงจรความขัดแย้งลักษณะดังกล่าว โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แตกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นภาระด้านการใช้พลังงานมหาศาล ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าการตั้งคำถามใดๆ เท่ากับการขัดขวางความเจริญทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบอาคาร ยืนยันว่าศูนย์ข้อมูลไม่ใช่ผู้ร้าย แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับโลกยุคใหม่ ทั้งระบบคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจดิจิทัลล้วนต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อผลักดันประเทศไทยให้ออกจากอุตสาหกรรมใช้แรงงานไปสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง
คำว่าส่งเสริมการลงทุนจึงไม่ได้หมายความว่ารัฐต้องปล่อยปละละเลยอย่างไร้กติกา ในทางกลับกัน การควบคุมกำกับดูแลก็ไม่ได้แปลว่าต้องปิดกั้นการลงทุนทั้งหมด ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มากกว่าการเริ่มต้นด้วยอารมณ์ความรู้สึก
การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI และคลาวด์คอมพิวติ้งทั่วโลก ทำให้ความต้องการใช้พลังงานและพื้นที่สำหรับศูนย์ข้อมูลพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ประเทศไทยในฐานะจุดยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลของภูมิภาคจึงต้องบาลานซ์ระหว่างการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติกับการบริหารจัดการทรัพยากรภายในประเทศอย่างยั่งยืน การสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนระยะยาว
การตรวจสอบอาคารศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพมหานครควรเริ่มต้นด้วยการวางเอกสารและข้อเท็จจริงลงบนโต๊ะ โดยมีคำถามสำคัญ 4 ข้อที่ต้องตอบให้ชัดเจนประกอบด้วย:
- ขออนุญาตสิ่งก่อสร้างนั้นไว้ว่าเป็นประเภทใด
- ได้รับใบอนุญาตให้ออกแบบและสร้างอาคารอะไร
- ในความเป็นจริงมีการก่อสร้างตรงตามแบบที่ขอไว้หรือไม่
- เมื่อสร้างเสร็จแล้วนำอาคารไปใช้ประโยชน์ในกิจการใด
หากเอกสารและการปฏิบัติจริงตรงกัน ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ลงทุน แต่หากพบความไม่โปร่งศใสหรือการเปลี่ยนประเภทการใช้อาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องดำเนินการจัดการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่จำเป็นต้องลากเรื่องดังกล่าวให้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง
ปัญหาที่แท้จริงของระบบราชการไทยคือ กติกาและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูลยังคงกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ ทั้งด้านผังเมือง พลังงาน สิ่งแวดล้อม และโทรคมนาคม ความซ้ำซ้อนเหล่านี้ทำให้เกิดช่องว่างและดุลพินิจที่มากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ความล่าช้าและความไม่โปร่งใสในกระบวนการพิจารณา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางออกที่เหมาะสมคือภาครัฐควรนำกฎหมายที่มีอยู่มาจัดระเบียบใหม่ให้ชัดเจน เพื่อให้นักลงทุนทราบขั้นตอนและมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ทราบหน้าที่ในการตรวจสอบ และประชาชนสามารถเข้าถึงการตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่วิศวกรผู้ออกแบบ ผู้ลงนาม ไปจนถึงผู้มีอำนาจอนุมัติโครงการ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น