JLR เผชิญวิกฤตหนัก: ยอดขายร่วง-โดนแฮกสูญ 1.9 พันล้านปอนด์
Jaguar Land Rover กำลังปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่หลังเผชิญยอดขายในจีนและสหรัฐฯ ดิ่งลงอย่างหนัก พร้อมพิษภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์และต้นทุนพลังงานพุ่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ยอดขายรถยนต์ JLR ในประเทศจีนดิ่งลงจาก 146,000 คันในปี 2017 เหลือเพียง 62,400 คันในรอบปีการเงินล่าสุด
- การโจมตีทางไซเบอร์ช่วงปลายปี 2025 สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อการผลิตทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.9 พันล้านปอนด์
- บริษัททุ่มงบลงทุน 15,000 ล้านปอนด์เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเตรียมแผนปรับโครงสร้างและลดตำแหน่งงาน
บริษัท Jaguar Land Rover หรือ JLR กำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่รอบด้าน หลังจากยอดขายในตลาดสำคัญทุกแห่งปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซ้ำเติมด้วยเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งรุนแรงเมื่อปีที่ผ่านมาที่ส่งผลให้สายการผลิตต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้ผู้บริหารระดับสูงต้องเร่งดำเนินมาตรการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอด
ตลาดประเทศจีนซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นขุมทองของค่ายรถยนต์ยุโรป กลับกลายเป็นความท้าทายที่ยากจะรับมือ เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ยอดขายของ JLR ในจีนร่วงลงอย่างน่าตกใจจากจุดสูงสุด 146,000 คันในปี 2017 เหลือเพียง 62,400 คันในปีการเงินล่าสุด ประกอบกับภาษีรถยนต์หรูและกำไรที่หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ไม่เพียงแต่ตลาดเอเชียเท่านั้น ตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งเคยทำยอดขายได้มากกว่า 120,000 คันในรอบปีสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2025 ก็ปรับตัวลดลงเหลือเพียงเกือบ 100,000 คันในรอบปีถัดมาเช่นกัน ปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของการโจมตีทางไซเบอร์ที่มูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.9 พันล้านปอนด์ รวมถึงมาตรการกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง
เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านภาษีนำเข้า JLR จึงวางแผนร่วมมือกับ Stellantis ในการสร้างรถยนต์ตระกูล Defender ขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับจำหน่ายในสหรัฐฯ นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องต้นทุนค่าไฟฟ้าในสหราชอาณาจักรที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิตภายในประเทศ
"Electricity is a fundamental input into modern industrial production. If producing a car in Britain is structurally more expensive because the energy required to manufacture it is substantially more expensive, Britain is effectively imposing a competitiveness tax on its own industry."
Prof David Bailey, Birmingham Business School
วิกฤตของ JLR สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV พร้อมเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากการแข่งขันที่ดุเดือดของแบรนด์รถยนต์จีนที่มีความรวดเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีสูง ต้นทุนพลังงานในยุโรป และกำแพงภาษีการค้า การตัดสินใจปรับโครงสร้างและลดต้นทุนจึงเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อประคับประคองธุรกิจให้รอดพ้นจากภาวะขาดทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้
ในขณะที่ JLR กำลังเร่งเครื่องพัฒนาโครงการรถยนต์ไฟฟ้ามูลค่า 15,000 ล้านปอนด์ ซึ่งรวมถึงการเปิดตัว Range Rover พลังงานไฟฟ้าเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่การปรับแบรนด์ Jaguar สู่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดกลับสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในการดึงดูดใจผู้บริโภค ท่ามกลางภาวะบีบคั้นที่ซีอีโอ PJ Balaji ต้องเร่งควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อพนักงานและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น