สมชัย เตือน กกต.คดีฮั้ว ส.ว.: ยกคำร้อง 21 นักการเมืองเสี่ยง ม.157
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เตือนคณะกรรมการการเลือกตั้งให้พิจารณาคดีฮั้ว ส.ว. อย่างรอบคอบ หากยกคำร้องนักการเมือง 21 รายอาจเผชิญข้อหามาตรา 157 พร้อมแนะม็อบชุมนุมโดยสงบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สมชัย ศรีสุทธิยากร เตือน กกต. ปมพิจารณาคดีฮั้ว ส.ว. ของนักการเมือง 21 คน
- ชี้หากยกคำร้องทั้งหมดย่อมเสี่ยงเผชิญการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
- ระบุมีผู้เตรียมแจ้งความดำเนินคดีและถือครองเอกสารการประชุมมากกว่า 100 คน
- แนะการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองควรทำด้วยความสงบและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ออกมาแสดงความเห็นถึงกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เกี่ยวกับคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่ามีความกังวลต่อแนวทางการวินิจฉัยกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำนวน 21 คน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรคการเมือง หลังจากพบความขัดแย้งระหว่างความเห็นของคณะกรรมการชุดที่ 26 ที่มองว่าบุคคลเหล่านี้มีความผิดทั้งหมด กับความเห็นของเลขาธิการ กกต. และคณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ที่เสนอให้ยกคำร้องทั้งหมด
อดีตกรรมการการเลือกตั้งรายนี้ระบุว่า จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ กกต. จะตัดสินใจยกคำร้องสำหรับนักการเมืองกลุ่มดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตนได้ฝากคำแนะนำไปยัง กกต. ว่าควรใช้ความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษในการพิจารณาแยกแยะรายบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีพยานหลักฐานการกระทำความผิดอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถชี้แจงต่อสังคมและสาธารณชนได้อย่างโปร่งใส มิฉะนั้นอาจตามมาด้วยปัญหาทางกฎหมายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเด็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) มักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางกฎหมายในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ เมื่อมีการตัดสินใจที่สวนทางกับพยานหลักฐานหรือข้อเสนอแนะเบื้องต้นของคณะทำงานชุดย่อย ซึ่งในกรณีนี้ความขัดแย้งระหว่างมติคณะชุดที่ 26 และความเห็นของเลขาธิการ กกต. กลายเป็นจุดเปราะบางสำคัญที่อาจนำไปสู่การฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐได้
เมื่อถูกซักถามถึงความเป็นไปได้ในการแจ้งความดำเนินคดี นายสมชัยเปิดเผยว่า มีกลุ่มบุคคลจำนวนมากเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายในเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยคาดว่ามีผู้ที่มีเอกสารการประชุมในครอบครองมากกว่า 100 คน ไม่ได้มีเพียงตนเพียงลำพัง นอกจากนี้ นายสมชัยยังได้กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ว. บางรายอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจเข้ามาดำรงตำแหน่งแต่มีผู้ช่วยเหลือว่า เป็นการตีความของคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ที่เบี่ยงเบนไปจากเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแท้จริง ซึ่งหาก กกต. เลือกยึดถือแนวทางดังกล่าว ก็จะต้องร่วมรับผิดชอบทางกฎหมายร่วมกับคณะอนุฯ ชุดดังกล่าวด้วย
"มีคนเตรียมจะแจ้งความอยู่จำนวนมากแล้ว และเชื่อว่าคนที่มีเอกสารการประชุมมีมากกว่า 100 คน ไม่ใช่มีตนเพียงคนเดียว"

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของการเคลื่อนไหวภาคประชาชน เช่น กรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล เตรียมจัดชุมนุมหากมติคดีฮั้ว ส.ว. เป็นไปตามแนวทางของคณะชุดที่ 36 นั้น นายสมชัยมองว่าขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ของมวลชนว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด แต่ส่วนตัวไม่สนับสนุนการลงถนนที่เสี่ยงต่อความรุนแรงที่ไม่อาจควบคุมได้
นายสมชัยยังได้ยกตัวอย่างรูปแบบการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม เช่น การเดินขบวนของกลุ่ม iLaw จากย่านลาดพร้าวไปยังมาบุญครอง ซึ่งเป็นการแสดงออกภายใต้กรอบกฎหมายด้วยความสงบเรียบร้อย ปราศจากเวทีปราศรัยหรือเครื่องเสียงขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่น่าสนับสนุนมากกว่าการชุมนุมที่อาจบานปลาย
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น