Reform UK ชูโยนโยบายแบนการสวมหน้ากากและเครื่องแต่งกายปิดบังใบหน้าในที่สาธารณะ
พรรค Reform UK เสนอนโยบายห้ามสวมเครื่องแต่งกายปิดบังใบหน้าในที่สาธารณะทั้งหมด รวมถึงชุดบูร์กาและโม่ง หากชนะเลือกตั้ง พร้อมให้ตำรวจสั่งถอดได้ทันที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พรรค Reform UK ประกาศนโยบายแบนการสวมเครื่องแต่งกายปิดบังใบหน้าในที่สาธารณะทุกรูปแบบหากชนะเลือกตั้ง
- ข้อเสนอนี้ครอบคลุมถึงชุดบูร์กาทางศาสนาและหน้ากากโม่งของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อความวุ่นวาย
- กฎหมายปัจจุบันของแรงงาน (Labour) ให้สิทธิ์ตำรวจตั้งเขตห้ามสวมหน้ากากเฉพาะการประท้วง มีโทษปรับสูงสุด 1,000 ปอนด์
- เมืองนอตติงแฮมได้เริ่มใช้คำสั่งคุ้มครองพื้นที่สาธารณะ (PSPO) เพื่อแบนการปิดบังใบหน้าเพื่อก่ออาชญากรรมแล้ว
พรรคการเมือง Reform UK ในสหราชอาณาจักร ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างเป็นทางการว่า หากพวกเขาชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า จะผลักดันนโยบายห้ามการสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ปิดบังใบหน้าในพื้นที่สาธารณะทั้งหมด ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมไปถึงชุดบูร์กาทางศาสนาและหน้ากากโม่งด้วย โดยพรรคระบุว่ากฎหมายและอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในปัจจุบันยังมีความครอบคลุมไม่เพียงพอในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม
ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีเหตุด่วนเหตุการณ์ประท้วงในช่วงสุดสัปดาห์ที่เมืองโดเวอร์ ซึ่งทางตำรวจระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า โดยมีกลุ่มชายสวมหน้ากากรวมตัวกันตะโกนข้อความหยุดเรือผู้อพยพและปิดกั้นการจราจรบนท้องถนน สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ในเวลาต่อมา ซาราห์ โจนส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจตามกฎหมายในการจัดการเรื่องการปิดบังใบหน้าในระหว่างการชุมนุมประท้วงอยู่แล้ว แต่เธอก็ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ในยามที่ประชาชนใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ การสวมใส่เครื่องแต่งกายเหล่านี้ด้วยเหตุผลทางศาสนาถือเป็นเรื่องที่สามารถทำได้และจะยังคงดำเนินต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทางพรรค Reform UK มองว่ามาตรการที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาในเขตใจกลางเมืองที่มีกลุ่มวัยรุ่นสวมหน้ากากโม่งขับขี่จักรยานไฟฟ้าและสกูตเตอร์ด้วยความเร็วสูง สร้างความหวาดกลัวและทำให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนรู้สึกไม่ปลอดภัยในบ้านของตนเอง ส่งผลให้พรรคต้องออกมาเรียกร้องให้มีการห้ามปิดบังใบหน้าในที่สาธารณะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้นเรื่องศาสนา
นโยบายห้ามการปิดบังใบหน้าในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องใหม่ในทางการเมืองยุโรป เนื่องจากประเทศอย่างฝรั่งเศส เดนมาร์ก และเยอรมนี ได้เคยมีการบังคับใช้ข้อจำกัดในลักษณะนี้มาแล้วในอดีตด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและการระบุตัวตน การหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหาเสียงของพรรค Reform UK จึงเป็นการดึงเอาข้อถกเถียงเรื่องเสรีภาพทางศาสนาและความปลอดภัยสาธารณะกลับมาเป็นจุดสนใจหลักในการเมืองอังกฤษอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านและกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มองว่าอาจเป็นการเลือกปฏิบัติ
ย้อนกลับไปในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางการสหราชอาณาจักรภายใต้รัฐบาลพรรคแรงงานได้บังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมและการตำรวจ ซึ่งเปิดทางให้ตำรวจสามารถประกาศเขตห้ามสวมหน้ากากในการชุมนุมได้ โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 1,000 ปอนด์ หรือจำคุกเป็นเวลาหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ แต่อำนาจนี้จำกัดเฉพาะผู้ที่จงใจปกปิดตัวตนเท่านั้น ไม่รวมถึงผู้ที่ปิดหน้าด้วยเหตุผลทางสุขภาพ ศาสนา หรือการทำงาน
นอกจากนี้ ในระดับท้องถิ่น สภาเมืองนอตติงแฮมได้เริ่มนำคำสั่งคุ้มครองพื้นที่สาธารณะ หรือ PSPO มาใช้เพื่อห้ามการปิดบังใบหน้าในใจกลางเมืองแล้ว โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่ตำรวจเชื่อว่าปกปิดใบหน้าเพื่อก่ออาชญากรรมหรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งข้อยกเว้นจะยังคงมีให้กับเหตุผลด้านสุขภาพ วัฒนธรรม สภาพอากาศ และความปลอดภัยส่วนบุคคล
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น