อภิสิทธิ์ ซัดงบกระทรวงพลังงานไม่ตรงปก ปมแก้ค่าน้ำมัน-ค่าไฟ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายตัดงบกระทรวงพลังงาน 10% ที่รัฐสภา เมื่อ 8 ก.ย. 69 ชี้ล้มเหลวแก้ปัญหาน้ำมันแพงและโครงสร้างราคา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิปรายตัดงบกระทรวงพลังงาน 10% ที่รัฐสภาเมื่อ 8 ก.ย. 69
- วิจารณ์นโยบายพลังงานไม่ตรงปก ไม่สามารถแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงและค่าไฟได้จริง
- ชี้มาตรการดึงเงินจากโรงกลั่นกว่า 1 หมื่นล้านบาท ไม่ได้ทำให้กลุ่มทุนร่วมแบกภาระ
- ตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของงบประมาณและการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ไร้ความชัดเจน
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 22.20 น. ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมพิจารณางบประมาณรายจ่าย มาตรา 18 เกี่ยวกับกระทรวงพลังงาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงพลังงานลงร้อยละ 10 โดยระบุว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องราคาน้ำมันแพงและค่าไฟฟ้าที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันว่า แม้ในอดีตประเทศไทยเคยเผชิญวิกฤตราคาน้ำมันที่สูงกว่าปัจจุบัน แต่รัฐบาลชุดก่อนหน้าสามารถบริหารจัดการราคาน้ำมันดีเซลได้ดีกว่านี้ สิ่งที่สร้างความผิดหวังมากที่สุดคือ การที่รัฐมนตรีเคยประกาศว่าจะมีการปรับโครงสร้างราคาพลังงานครั้งใหญ่ พร้อมผลักดันให้นายทุนและกลุ่มธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่ต้องมารับภาระร่วมกับรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ผ่านมาครึ่งปีแล้วกลับไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในเรื่องโครงสร้างดังกล่าวแต่อย่างใด
มุมมองและบริบทเพิ่มเติม: การอภิปรายร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีถือเป็นเครื่องมือสำคัญของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานและการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจหลักอย่างกระทรวงพลังงาน ซึ่งมักเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองเนื่องจากกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง การอภิปรายในลักษณะนี้สะท้อนถึงแรงกดดันทางการเมืองที่มีต่อเสถียรภาพและนโยบายหาเสียงของรัฐบาลในการจัดการกับกลุ่มทุนพลังงาน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ยกตัวอย่างกรณีการแก้ปัญหาน้ำมันแพงที่รัฐบาลโฆษณาว่าสามารถนำเงินจากโรงกลั่นมาได้ประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท ว่าหากพิจารณาจากข้อเท็จจริงและตัวเลขกำไรของโรงกลั่นในปัจจุบัน รวมถึงสูตรการคำนวณที่ยังคงยึดหลักผลตอบแทนของโรงกลั่นไม่ให้ลดลง สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มทุนไม่ได้เข้ามาเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกับประชาชนอย่างแท้จริง สูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจึงยังคงเอื้อประโยชน์ให้ภาคธุรกิจเช่นเดิม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของปัญหาค่าไฟฟ้า นายอภิสิทธิ์ระบุว่ามีความชัดเจนในทำนองเดียวกันว่า ในภาวะที่ราคาสินค้าและพลังงานมีความผันผวน รัฐบาลจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนสูตรการคิดค่าไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นและเป็นธรรม แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ รัฐบาลยังไม่สามารถตอบคำถามต่อสังคมได้ว่า จะนำงบประมาณจากแหล่งใดมาใช้ดำเนินนโยบายตามที่เคยหาเสียงไว้อย่างยั่งยืน โดยมีความกังวลว่าสุดท้ายแล้วจะใช้วิธีเฉือนกำไรจากรัฐวิสาหกิจ ซึ่งแท้จริงก็คือทรัพย์สินของประชาชน ทำให้ภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ประชาชนเช่นเคย
ประเด็นสุดท้ายที่นายอภิสิทธิ์หยิบยกขึ้นมาอภิปรายคือเรื่องของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการใช้งบประมาณ โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึงการอภิปรายเรื่องเงินกู้ 2 แสนล้านบาท รวมถึงงบประมาณที่อาจมีความซ้ำซ้อนในงบกลาง โดยระบุว่าสิ่งที่ปรากฏยังคงขาดความชัดเจน ไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าโครงการต่างๆ ที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรองจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและสร้างประโยชน์คุ้มค่าต่อประเทศชาติได้อย่างไร
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น