ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ไขความลับเส้นแซม นิสิทนะ-บัวลูกแก้ว พระสมเด็จวัดระฆังฯ

เจาะลึกทฤษฎีเส้นแซม 2 เส้น ทั้งนิสิทนะและบัวลูกแก้วในพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ ตามแนวทางตรียัมปวายและศาสตร์แห่งพระสมเด็จ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
09 Sep 2026ที่มา: Thairath Lifestyle3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ไขความลับเส้นแซม นิสิทนะ-บัวลูกแก้ว พระสมเด็จวัดระฆังฯ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ตรียัมปวายจำแนกแบบพระอาสนะพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์พระประธานออกเป็น 4 แบบ ได้แก่ แบบธรรมดา แบบแซม แบบคู่ และแบบโค้ง
  • เส้นแซม 2 เส้นประกอบด้วย "นิสิทนะ" (ผ้ารองนั่งระหว่างพระเพลาและฐานชั้นบน) และ "บัวลูกแก้ว" (ระหว่างฐานชั้นบนกับฐานสิงห์)
  • หลักฐานร่องรอยการแกะแม่พิมพ์และหัวฐานยกมุมชี้ให้เห็นว่า ทุกพิมพ์ย่อยอาจถูกออกแบบให้มีเส้นแซมทั้งสองเส้น
  • ทฤษฎีการคลี่คลายทางพิมพ์ทรงระบุว่า ช่างได้แกะพิมพ์ทรงฐานแซมเป็นพิมพ์แรกก่อนพัฒนาสู่พิมพ์อื่นๆ

การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่และพิมพ์ทรงอื่นๆ ยังคงมีรายละเอียดทางศิลปะที่นักสะสมและผู้เชี่ยวชาญให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเส้นแซมที่ปรากฏอยู่ภายในองค์พระ ซึ่งช่วยสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการออกแบบและการแกะแม่พิมพ์ของช่างหลวงในอดีตภายใต้แนวคิดของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

หากอ้างอิงการจำแนกรูปแบบพระอาสนะของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์พระประธานโดยตรียัมปวาย จะพบการแบ่งออกเป็น 4 แบบหลัก ได้แก่ แบบธรรมดา แบบแซม แบบคู่ และแบบโค้ง ซึ่งแต่ละแบบจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะแบบแซมและแบบคู่ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของเส้นขีดนูนที่ปรากฏขึ้นบริเวณฐาน

Thai temple Buddha image art close up

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับรายละเอียดของเส้นแซมในแบบแซมนั้น ประกอบด้วยเส้นขีดบางๆ สองเส้น เส้นแรกคือ นิสิทนะ ทำหน้าที่เป็นผ้ารองนั่งหรือผ้ากันเปื้อนสำหรับพระภิกษุสามเณร อยู่ระหว่างพระเพลาและฐานชั้นบน ส่วนเส้นที่สองคือ บัวลูกแก้ว ทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมไทยในการแบ่งสัดส่วนทางสายตา อยู่ระหว่างฐานชั้นบนกับฐานชั้นกลางหรือฐานสิงห์ แม้เส้นเหล่านี้จะไม่คมชัดเท่าพิมพ์ฐานแซมแท้ๆ แต่ก็สังเกตเห็นได้

4แบบพระอาสนะพิมพ์พระประธานตามตรียัมปวาย
2เส้นแซมหลักคือพืนิสิทนะและบัวลูกแก้ว

เมื่อพิจารณาในส่วนของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ ซึ่งแบ่งพิมพ์ย่อยตามแนวทางของนิรนามออกเป็น 4 พิมพ์ ได้แก่ พิมพ์พระประธาน (พิมพ์ย่อยที่ 1) พิมพ์อกวี พิมพ์อกกระบอก และพิมพ์เกศทะลุซุ้ม พบว่านอกจากพิมพ์แรกที่เห็นเส้นแซมใต้ตักชัดเจนแล้ว ในพิมพ์อกวีและพิมพ์อื่นๆ ก็มักจะพบร่องรอยของเส้นแซมใต้ตักและเส้นบัวลูกแก้วจางๆ บนองค์ครูหลายองค์เช่นกัน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"เป็นไปได้หรือไม่ ที่พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ใหญ่นั้น ช่างได้แกะเส้นแซมไว้ในทุกพิมพ์ย่อย และน่าจะมีการแกะไว้ถึงสองเส้นอีกด้วย คือเส้นแซมใต้ตัก และเส้นแซมเหนือฐานสิงห์"

ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก "ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ" ยังได้เสนอแนวคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับทฤษฎีการคลี่คลายทางพิมพ์ทรง โดยระบุว่าช่างหลวงได้เริ่มแกะพิมพ์ทรงฐานแซมเป็นพิมพ์แรกในลักษณะทดลอง ก่อนจะพัฒนาไปสู่พิมพ์ทรงเกศบัวตูม พิมพ์ทรงเจดีย์ และพิมพ์ทรงใหญ่ตามลำดับ ซึ่งเมื่อนำทฤษฎีเส้นแซมมาพิจารณาร่วมกับร่องรอยการยกมุมแหลมขึ้นด้านบนบริเวณหัวฐานชั้นบนและฐานสิงห์ในทุกพิมพ์ทรง ก็ยิ่งตอกย้ำข้อสมมติฐานที่ว่าทุกพิมพ์ทรงอาจถูกออกแบบให้มีเส้นแซมทั้งสองเส้นตั้งแต่ต้น

การวิเคราะห์ร่องรอยเส้นแซมและมุมฐานของพระสมเด็จวัดระฆังฯ ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการใช้หลักฐานทางศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมไทยมาประเมินงานช่างโบราณ การที่แม่พิมพ์แต่ละบล็อกแสดงร่องรอยความเชื่อมโยงกัน สะท้อนให้เห็นว่าช่างหลวงมีแม่แบบหรือดรอว์อิ้งหลักในการทำงาน แม้การแกะมือจริงจะมีความตื้นลึกหรือความคมชัดที่แตกต่างกันไปตามกาลเวลาและสภาพพิมพ์ก็ตาม

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้