วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เตือนพรรคภูมิใจไทยต้องเชื่อฟังผู้มีพระคุณ
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โพสต์ข้อความเมื่อ 9 ก.ย. 2569 ระบุตนเป็นผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทย พร้อมสั่งสอนให้ว่านอนสอนง่ายและเลิกเถียงคำไม่ตกฟาก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุตัวเป็นผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทย
- โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2569 เพื่อตักเตือนพรรคภูมิใจไทย
- แนะให้พรรคภูมิใจไทยว่านอนสอนง่ายและสารภาพหากทำความผิด
- เตือนให้เลิกพฤติกรรมเถียงคำไม่ตกฟากเพื่อความเป็นสิริมงคล
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านทางแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 โดยมีเนื้อหาพาดพิงและตักเตือนไปยังพรรคภูมิใจไทยอย่างดุเดือดเกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงบุญคุณที่เจ้าตัวอ้างถึง
ในโพสต์ดังกล่าว นายวิโรจน์ได้ตั้งคำถามถึงสิทธิในการตักเตือน พร้อมระบุว่าตนเองคือผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทางพรรคเองก็เคยยอมรับและแสดงความสำนึกในบุญคุณผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนมาแล้วหลายครั้ง จนถึงขั้นโค้งคำนับด้วยความนอบน้อม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"ผมในฐานะผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทย ก็หวังว่าพรรคภูมิใจไทยจะว่านอนสอนง่าย รู้จักเชื่อฟังคำที่ผู้มีพระคุณพร่ำสอน อะไรที่ทำไม่ดี ก็สารภาพมาเสียให้หมด แล้วกลับเนื้อกลับตัวซะ ไม่อย่างนั้นสังคมเขาก็จะติฉินนินทาเอาได้ และพฤติกรรมที่ต่อปากต่อคำ แสดงท่าทีฮึดฮัด เถียงผู้มีพระคุณแบบเถียงคำไม่ตกฟาก ก็อยากให้เลิก จะได้เป็นสิริมงคลแก่ตัว ด้วยความหวังดีจากผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทย"
นอกจากนี้ อดีต สส. คนดังกล่าวยังได้เรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทยยอมรับสารภาพหากมีสิ่งใดที่กระทำความผิดหรือไม่ดีงาม พร้อมทั้งขอให้ปรับปรุงตัวเสียใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมรอบข้าง
การออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดียด้วยถ้อยคำเชิงเสียดสีและใช้บทบาท "ผู้มีพระคุณ" ของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองที่มุ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และกดดันคู่แข่งในสภาผ่านพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมักถูกนำมาใช้เพื่อดึงดูดความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนในประเด็นร้อนประจำวัน
การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันทางการเมืองที่สร้างความสนใจให้กับผู้ติดตามข่าวสาร เนื่องจากเป็นการใช้ถ้อยคำที่เปรียบเปรยและดึงเอาเรื่องบุญคุณทางการเมืองมาเป็นประเด็นในการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น