US Open 2024: เบน เชลตัน โค่น คาร์ลอส อัลคาราซ ศึกดึกสุด
เบน เชลตัน ชนะ คาร์ลอส อัลคาราซ ในเทนนิส US Open 2024 รอบก่อนรองชนะเลิศ คว้าชัยชนะดึกที่สุดในประวัติศาสตร์รายการตอนตี 3:34 น.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เบน เชลตัน ชนะ คาร์ลอส อัลคาราซ 3-2 เซต 6-7, 6-1, 6-3, 1-6, 7-6
- แมตช์นี้จบลงเวลา 03:34 น. ซึ่งดึกที่สุดในประวัติศาสตร์ US Open
- เชลตันทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับ ฟรานเซส ติอาโฟ ต่อไป
การแข่งขันเทนนิส US Open 2024 รอบก่อนรองชนะเลิศ เกิดสถิติใหม่ขึ้นเมื่อแมตช์ระหว่าง เบน เชลตัน นักหวดมือ 8 ของรายการจากสหรัฐอเมริกา และ คาร์ลอส อัลคาราซ แชมป์เก่ามือ 3 ของโลกจากสเปน ยืดเยื้อยาวนานถึง 4 ชั่วโมง 28 นาที และสิ้นสุดลงในเวลา 03:34 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นเวลาจบการแข่งขันที่ดึกที่สุดในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเมนต์นี้
บรรยากาศภายในสนาม Arthur Ashe Stadium ยังคงคึกคักไปด้วยแฟนกีฬาจำนวนมากที่อยู่ร่วมเป็นสักขีพยานในการต่อสู้อันดุเดือด โดยการแข่งขันเริ่มขึ้นช้ากว่ากำหนดในเวลาประมาณ 23:00 น. เนื่องจากโปรแกรมในรอบก่อนหน้ามีความล่าช้า ท้ายที่สุด เชลตันสามารถเบียดเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 6-7 (5-7), 6-1, 6-3, 1-6, 7-6 (10-7) ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมกึกก้องจากผู้ชมในสนาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเชลตัน เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเอาชนะผู้เล่นมือ 3 อันดับแรกของโลกได้เลยจากการพบกัน 17 ครั้ง รวมถึงเคยพ่ายแพ้ให้กับอัลคาราซมาทั้ง 3 ครั้งก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ผลลัพธ์ดังกล่าวยังจุดประกายความหวังให้แฟนเทนนิสเจ้าถิ่นได้ลุ้นแชมป์ชายเดี่ยว US Open ชาวอเมริกันคนแรกในรอบ 23 ปี นับตั้งแต่ที่ แอนดี รอดดิค เคยทำไว้เมื่อปี 2003
"That was a war, an epic match, so physical, Carlos is one of the greatest champions in our sport already at 23 years old."
ด้าน อัลคาราซ ซึ่งลงแข่งขันในทัวร์นาเมนต์แรกนับตั้งแต่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บข้อมือนานกว่า 4 เดือน ยอมรับถึงความเหนื่อยล้า แม้เขาจะพยายามฮึดสู้จนสามารถพลิกกลับมาตีเสมอเป็น 2-2 เซต และยื้อไปถึงซูเปอร์ไทเบรกในเซตตัดสิน แต่ความฟิตที่ลดลงประกอบกับการทำ Unforced Errors สูงถึง 53 ครั้ง ก็ส่งผลให้เขาต้องตกรอบไปในที่สุด
เกร็ดความรู้และบริบทเพิ่มเติม: การแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมช่วงดึก (Late-night finishes) มักสร้างความท้าทายด้านสภาพร่างกายและจิตใจให้กับนักกีฬาอย่างมาก เนื่องจากวงจรการนอนหลับและเวลาฟื้นตัว (Recovery time) ถูกบีบให้สั้นลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลโดยตรงต่อความฟิตในรอบถัดไป การที่เชลตันต้องลงเล่นจนถึงตีสามครึ่งจึงเป็นบททดสอบสำคัญว่าเขาจะสามารถฟื้นฟูกล้ามเนื้อทันเวลาเพื่อรับมือกับ ฟรานเซส ติอาโฟ ในรอบรองชนะเลิศวันศุกร์นี้ได้อย่างไร
ชัยชนะนัดนี้ส่งผลให้ เบน เชลตัน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศแกรนด์สแลมเป็นครั้งที่ 3 ในอาชีพ ต่อจากผลงานใน Australian Open และ US Open ปีก่อนๆ โดยในรอบตัดเชือกเขาจะพบกับ ฟรานเซส ติอาโฟ เพื่อนร่วมชาติ ซึ่งการันตีว่าจะมีนักเทนนิสชายจากสหรัฐอเมริกาผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ US Open อย่างแน่นอน
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น