ข้ามไปเนื้อหาหลัก

OpenAI ใช้ Agent หมื่นตัวแก้โจทย์ Navier-Stokes ใน 88 ชม.

OpenAI สร้างประวัติศาสตร์วงการ AI หลังใช้ฝูงเอเจนต์กว่า 10,000 ตัว ไขปริศนาคณิตศาสตร์ Navier-Stokes หนึ่งใน Millennium Prize Problems สำเร็จในเวลา 88 ชั่วโมง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
10 Sep 2026ที่มา: Techsauce4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
OpenAI ใช้ Agent หมื่นตัวแก้โจทย์ Navier-Stokes ใน 88 ชม.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • OpenAI ใช้ AI agent กว่า 10,000 ตัว ไขโจทย์ Navier-Stokes ข้อ C สำเร็จในเวลา 88 ชั่วโมง
  • โจทย์นี้เป็น 1 ใน 7 Millennium Prize Problems ที่ตั้งรางวัลไว้ข้อละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • กระบวนการทำงานใช้ Agent ถกเถียงกันระหว่างทีมพิสูจน์ความเรียบและทีมหาจุด Singularity
  • ระบบใช้พลังงานประมวลผลสูงถึง 2.7 ล้านข้อความสนทนาและ 130,000 ล้าน Output Tokens สำหรับโจทย์นี้โดยเฉพาะ

วันที่ 8 กันยายน 2569 OpenAI ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์เมื่อระบบ AI ภายในของบริษัทสามารถไขโจทย์คณิตศาสตร์ระดับตำนาน Navier-Stokes existence and smoothness ได้สำเร็จ หลังจากปล่อยให้กองทัพ AI agent กว่า 10,000 ตัวระดมสมองร่วมกันเป็นเวลาเพียง 88 ชั่วโมง สร้างแรงกระเทือนครั้งใหญ่ให้แก่ทั้งวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั่วโลก

สำหรับโจทย์ Navier-Stokes ถือเป็น 1 ใน 7 ปัญหา Millennium Prize Problems ที่สถาบัน Clay Mathematics Institute ตั้งเงินรางวัลไว้ข้อละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 ตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา มีเพียงโจทย์ Poincaré Conjecture เท่านั้นที่มนุษย์อย่าง Grigori Perelman เคยพิสูจน์สำเร็จในปี 2003 ส่วนปริศนาของ Navier-Stokes นั้นค้างคาใจนักวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ยุค 1930 หรือเกือบ 90 ปีเต็ม จนกระทั่งฝูงเอเจนต์ของ OpenAI เข้ามาหาคำตอบได้ในที่สุด

สมการ Navier-Stokes ถือเป็นรากฐานสำคัญของฟิสิกส์สมัยใหม่ ตั้งชื่อตาม Claude-Louis Navier และ George Gabriel Stokes ใช้สำหรับอธิบายการเคลื่อนที่ของของไหลทั้งหมดบนโลก ไม่ว่าจะเป็นกระแสน้ำ กระแสลม หรือการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการออกแบบอากาศยาน การพยากรณ์อากาศ และวงการเวชศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบัน Clay Mathematics Institute ได้แบ่งโจทย์ 3 มิติออกเป็น 4 ข้อย่อย (A, B, C, D) และ AI ของ OpenAI สามารถแก้โจทย์ในข้อ C (Breakdown of Navier-Stokes Solutions on R3) ได้อย่างแม่นยำ

data center server room no logo

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

10,000+จำนวน AI Agent ที่ร่วมมือกันทำงาน
88ชั่วโมงที่ใช้ในการไขโจทย์ Navier-Stokes
130,000MOutput Tokens ที่ใช้ในการประมวลผล

ในเชิงเทคนิค คำว่า Smooth หมายถึงกระแสน้ำที่ไหลอย่างนุ่มนวลไม่มีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน โจทย์ข้อนี้จึงตั้งคำถามว่า หากเราเริ่มต้นจากของไหลที่นิ่งและเรียบสนิท แล้วออกแรงดันเบา ๆ จะมีโอกาสที่ของไหลจะเกิดอาการสติแตกหรือ Singularity จนความเร็วพุ่งขึ้นเป็นอนันต์ (Infinity) ภายในเวลาสั้น ๆ หรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์ที่เอเจนต์พิสูจน์ได้คือ ของไหลสามารถพัฒนาเป็น singularity ได้จริงภายใต้พลังงานระบบที่มีค่าจำกัดตลอดกระบวนการ โดยเกิดกระแสน้ำวน (vortex) ที่หมุนบิดเข้าหาศูนย์กลางและยืดตัวออกคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้ ขณะที่ตัวแปรอย่างความเร่ง แรงดัน โมเมนตัม และความหนืด เติบโตขึ้นพร้อมกันและหักล้างกันได้ลงตัวพอดี

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"เป็นไปได้ไหมที่เราเริ่มจากของไหลที่นิ่งและเรียบสนิท แล้วส่งแรงดันแบบนุ่มนวลเข้าไป แต่จู่ ๆ ของไหลกลับเกิดอาการสติแตก หรือ Singularity จนความเร็วพุ่งขึ้นเป็นอนันต์ในช่วงเวลาอันสั้น?"

สรุปโจทย์ Navier-Stokes

จุดเริ่มต้นของภารกิจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 หลังจากโมเดลรุ่นใหม่ของ OpenAI ทำคะแนนคณิตศาสตร์ได้สูงเกินคาด จนกระทั่งวันที่ 1 กันยายน มีข่าวลือเรื่องการแก้โจทย์ Millennium Prize ได้สำเร็จ ทีมงานจึงทดลองปล่อยให้ AI Agent ลองลุยโจทย์ที่เหลือดูบ้าง โดยเริ่มจากการให้เอเจนต์กลุ่มเล็ก 100 ตัว ใช้เวลา 50 ชั่วโมงไขโจทย์ Euler equations ซึ่งเปรียบเสมือนแฝดของ Navier-Stokes ที่ตัดเรื่องความหนืดออกไปได้สำเร็จ เมื่อเห็นสัญญาณความสำเร็จ ทีมงานจึงเทกำลังประมวลผลทั้งหมดมาที่โจทย์ Navier-Stokes ทันทีโดยใช้คำตอบของ Euler equations เป็นจุดตั้งต้น

การที่ OpenAI สามารถใช้ AI agent นับหมื่นตัวทำงานร่วมกันผ่านกลยุทธ์การแบ่งกลุ่มถกเถียง (กลุ่มหาความเรียบและกลุ่มหาจุด Singularity) ก่อนจะใช้เครื่องมือ Codex สกัดข้อมูลเชิงลึกมาสังเคราะห์ซ้ำ ถือเป็นหลักไมล์สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอนาคตของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อาจไม่ได้พึ่งพาแค่มนุษย์หรือ AI ตัวเดี่ยวอีกต่อไป แต่เป็นการระดมสมองของฝูงเอเจนต์ขนาดใหญ่ที่สามารถจัดการกับความซับซ้อนระดับสูงในเวลาอันรวดเร็ว

กลยุทธ์การทำงานของฝูง Agent คือการแบ่งออกเป็นกลุ่ม A เพื่อพิสูจน์ว่าคำตอบที่เรียบสม่ำเสมอมีอยู่จริง และกลุ่ม B เพื่อพิสูจน์การเกิด Singularity ก่อนที่ระบบ Codex จะดึงข้อมูลที่ดีที่สุดของทั้งสองฝั่งมากลั่นกรองและส่งต่อให้กลุ่มหลัก จนกระทั่งปลดล็อกคำตอบได้สำเร็จในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน หลังจากนั้นระบบยังใช้เวลาอีก 17 ชั่วโมงให้โมเดล GPT-6 Astra แปลงบทพิสูจน์ทั้งหมดให้อยู่ในภาษา Lean เพื่อตรวจสอบความถูกต้องทางคณิตศาสตร์แบบ 100% ตลอดทั้งโครงการนี้ เหล่า Agent มีการสื่อสารระหว่างกันสูงถึง 4.9 ล้านข้อความ และใช้ Output Tokens รวมกว่า 300,000 ล้าน Tokens โดยเฉพาะงาน Navier-Stokes อย่างเดียวกินพลังงานไป 2.7 ล้านข้อความและ 130,000 ล้าน Tokens

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้