เยอรมนี: เฟดดริช แมร์ทซ์ ปะทะเดือดพรรคขวาจัด AfD ในสภา
เฟดดริช แมร์ทซ์ เผชิญหน้ากับพรรค AfD ในสภาบุนเดสทาก หลังพรรคขวาจัดคว้าชัยชนะเกือบ 44% ในรัฐแซกโซนี-อันฮัลต์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เฟดดริช แมร์ทซ์ โต้เดือดพรรค AfD กลางสภาบุนเดสทากหลังพรรคขวาจัดชนะเลือกตั้งในแซกโซนี-อันฮัลต์
- พรรค AfD กวาดคะแนนเสียงเกือบ 44% ขณะที่คะแนนเสียงของพรรคอนุรักษ์นิยมลดลงครึ่งหนึ่ง
- อลิซ ไวม์เดล ระบุว่านโยบายรัฐบาลล้มเหลวและเตือนว่าการอพยพสร้างปัญหาความรุนแรง
- แมร์ทซ์วิจารณ์นโยบายเนรเทศของ AfD ว่าเทียบเท่ากับการชำระล้างทางชาติพันธุ์ในกลุ่มแรงงานทักษะ
การอภิปรายในสภาบุนเดสทากของเยอรมนีเดือดดาลขึ้นทันที หลังจากพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด คว้าชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ด้วยคะแนนเสียงเกือบ 44% ในการเลือกตั้งระดับรัฐที่แซกโซนี-อันฮัลต์ ส่งผลให้คะแนนของพรรคอนุรักษ์นิยมของนายกรัฐมนตรีเฟดดริช แมร์ทซ์ ลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งจากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า
อลิซ ไวม์เดล ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน AfD ได้ขึ้นกล่าวเปิดการประชุมในสภาโดยระบุว่า พรรคคริสเตียนเดโมแครต (CDU) ของแมร์ทซ์ถูกทำลายล้างจนเหลือคะแนนเพียง 17.2% ในแซกโซนี-อันฮัลต์ พร้อมทั้งกล่าวหาว่ารัฐบาลที่ร่วมมือกับพรรคประชาธิปไตยสังคมนิยม (SPD) กำลังผลักดันประเทศเยอรมนีไปสู่ภาวะล้มละลาย และชี้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้พิสูจน์แล้วว่าแนวร่วมของแมร์ทซ์ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในเวลาต่อมา เฟดดริช แมร์ทซ์ ได้ลุกขึ้นโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน โดยระบุว่าพรรค AfD สร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของเยอรมนีด้วยการสนับสนุนรัสเซีย และนโยบายการขับไล่ผู้อพยพกลับประเทศจะส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านคน แม้ว่ารัฐบาลจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการเนรเทศบุคคลบางกลุ่ม แต่ก็มีการแบ่งแยกระหว่างผู้ที่สร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจเยอรมนีกับผู้ที่ไม่มีถิ่นพำนักถาวรอย่างชัดเจน
ความวุ่นวายในห้องประชุมทวีความรุนแรงขึ้นจนจูเลีย คลอคเนอร์ ประธานสภาบุนเดสทาก ต้องออกมาเตือนสติสมาชิกสภาที่ส่งเสียงตะโกนขัดจังหวะอย่างต่อเนื่อง โดยกล่าวว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สนามฟุตบอล และขู่ว่าจะขับสมาชิกออกจากห้องประชุมหากยังไม่สงบสติอารมณ์
"You are and will remain a destructive force."
เฟดดริช แมร์ทซ์
เหตุการณ์ความขัดแย้งในสภาบุนเดสทากครั้งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญในเยอรมนี โดยเฉพาะการเติบโตอย่างรวดเร็วของพรรคขวาจัด AfD ในพื้นที่ทางตะวันออก ซึ่งสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อพรรครัฐบาลกระแสหลักในการรักษาเสถียรภาพทางการเมือง และการรักษาจุดยืนเรื่องกำแพงกั้น (Brandmauer) ที่ปฏิเสธการร่วมมือกับพรรคขวาจัด
ในระหว่างการโต้เถียง แมร์ทซ์ยังได้เตือนว่า แรงงานทักษะหนึ่งในหกคนในเยอรมนีมีพื้นฐานมาจากผู้อพยพ และหากปล่อยให้นโยบายของพรรค AfD ดำเนินไป จะส่งผลให้บ้านพักคนชรา โรงพยาบาล หรือร้านอาหารไม่สามารถเปิดดำเนินการต่อไปได้ พร้อมทั้งกล่าวหาว่าพรรค AfD หลอกลวงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากก่อนเลือกตั้งอ้างว่าจะให้ Ulrich Siegmund ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรัฐปกครองเฉพาะกรณีชนะเสียงข้างมากเท่านั้น แต่กลับเปลี่ยนท่าทีทันทีหลังเลือกตั้ง
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น