Choice Hotels เผยแผนซีอีโอใหม่: ขายโรงแรม 450 ล้านดอลลาร์
Dominic ซีอีโอใหม่ Choice Hotels ประกาศกลยุทธ์พลิกฟื้นธุรกิจในงาน Bank of America ชูเป้าเพิ่มจำนวนห้องพักสหรัฐฯ และขายอสังหาฯ มูลค่ากว่า 450 ล้านดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Dominic Dragisich ซีอีโอใหม่ Choice Hotels เผยแผนกลยุทธ์เชิงรุกในการประชุม Bank of America
- ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนห้องพักสุทธิในสหรัฐฯ กลับสู่ระดับเดิมที่ร้อยละ 2 ถึง 4 ต่อปี
- เตรียมขายอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมที่ถือครองอยู่ราว 20 แห่ง มูลค่ากว่า 450 ล้านดอลลาร์ เริ่มครึ่งปีแรกของ 2027
Choice Hotels ภายใต้การนำของ Dominic Dragisich ซึ่งเข้ารับตำแหน่งซีอีโออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ออกมาประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญในงานประชุมของ Bank of America โดยระบุว่ายุคสมัยแห่งการสร้างและเข้าซื้อกิจการได้สิ้นสุดลงแล้ว และถึงเวลาที่บริษัทจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อกลับคืนสู่รากเหง้าที่เคยสร้างความสำเร็จในอดีต
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Choice ได้ทุ่มงบประมาณไปกับการเข้าซื้อกิจการแบรนด์โรงแรมต่างๆ เช่น Radisson และ WoodSpring รวมถึงการพัฒนาโรงแรมต้นแบบอย่าง Cambria และ Everhome พร้อมกับคัดกรองโรงแรมที่ทำกำไรได้น้อยออกไปจากระบบ แม้ความพยายามเหล่านี้จะช่วยขยายพอร์ตfoliio แต่ก็ส่งผลให้อัตราการเติบโตของจำนวนห้องพักชะลอตัวลง และทำให้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยตามหลังคู่แข่งในอุตสาหกรรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในแผนการฟื้นฟูธุรกิจชุดใหม่นี้ ซีอีโอคนใหม่ได้กำหนด 3 ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที ได้แก่:
- ฟื้นฟูอัตราการเติบโตของจำนวนห้องพักสุทธิในสหรัฐฯ ให้กลับมาอยู่ในกรอบประวัติศาสตร์ที่ร้อยละ 2 ถึง 4 ต่อปี หลังจากปีนี้คาดว่าทั่วโลกจะมีอัตราเติบโตเพียงร้อยละ 1.5
- เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่รูปแบบการใช้สินทรัพย์ให้น้อยที่สุด (asset-light) ผ่านการรีไซเคิลเงินทุนมูลค่าประมาณ 650 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงการขายโรงแรมที่พัฒนาหรือเข้าซื้อมาประมาณ 20 แห่ง มูลค่ารวมราว 450 ล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มการขายระลอกแรกในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
- ปิดช่องว่างด้านรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) เพื่อทวงคืนส่วนแบ่งทางการตลาดจากคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Wyndham
"กลับคืนสู่รากเหง้าของเรา"
Dominic Dragisich
การปรับโครงสร้างธุรกิจของ Choice Hotels สะท้อนถึงเทรนด์ของเครือโรงแรมขนาดใหญ่ระดับโลกที่หันมาเน้นการเป็นผู้บริหารแบรนด์และระบบสารสนเทศมากกว่าการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์โดยตรง (Asset-Light Model) การขายโรงแรมที่ถือครองอยู่ออกไปไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา แต่ยังช่วยให้บริษัทสามารถนำเงินสดไปลงทุนในเทคโนโลยีและการตลาดเพื่อช่วยเหลือแฟรนไชส์ซีในการลดต้นทุนและเพิ่มยอดจองห้องพักท่ามกลางภาวะต้นทุนแรงงานและดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เป้าหมายสูงสุดของแผนยุทธศาสตร์นี้คือการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ (franchisees) ที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนประกันภัย ค่าแรง และอัตราดอกเบี้ย โดยบริษัทได้นำเครื่องมือต่างๆ มาช่วยสนับสนุน เช่น ระบบจองห้องพักอัตโนมัติสำหรับผู้จัดประชุม โครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ช่วยลดต้นทุนอุปกรณ์ตกแต่งได้สูงสุดถึงร้อยละ 20 และเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า "Charlie" ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยประหยัดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น