เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ไฟไหม้: ดับ 5 สูญหาย 86 ราย
เรือ MV June Aster มุ่งหน้าสู่เกาะโครอน จังหวัดปาลวัน เกิดไฟไหม้รุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และสูญหายอีก 86 ราย ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวและสภาพอากาศที่ยากลำบาก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เรือ MV June Aster บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือรวม 134 คนเกิดไฟไหม้
- มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และสูญหาย 86 รายในการค้นหา
- เจ้าหน้าที่เผชิญอุปสรรคกระแสน้ำแรงและสภาพอากาศแย่ในปาลวัน
- สาเหตุของเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการสืบสวนและยังไม่สรุป
เกิดเหตุโศกนาฏกรรมทางทะเลครั้งใหญ่ในประเทศฟิลิปปินส์ หลังจากเรือเฟอร์รี่โดยสาร MV June Aster ซึ่งออกเดินทางจากกรุงมะนิลา มุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางคือกาะโครอน ในจังหวัดปาลวัน เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตเบื้องต้นอย่างน้อย 5 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกถึง 86 ราย ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือยังคงดำเนินต่อไปอย่างยากลำบาก
เรือเฟอร์รี่ลำดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสาร 117 คนและลูกเรือ 17 คน โดยเหตุเพลิงไหม้ปะทุขึ้นเมื่อเวลา 18:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพุธ และเปลวไฟยังคงโหมกระหน่ำต่อเนื่องจนถึงเวลา 11:00 น. ของวันพฤหัสบดี หน่วยยามฝั่งระบุว่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและสภาพอากาศที่ย่ำแย่กลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ในการควบคุมเพลิงและเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า นี่คือหายนะครั้งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยพบมาในเมืองโครอน พร้อมระบุว่าเรือลำดังกล่าวอยู่ห่างจากจุดหมายปลายทางเพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ภาพวิดีโอจากหน่วยยามฝั่งเผยให้เห็นตัวเรือที่ถูกโหมกระหน่ำด้วยเปลวไฟ และภาพการช่วยเหลือผู้โดยสารขึ้นสู่เรือกู้ภัยท่ามกลางความโกลาหล
"ฉันเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลเมื่อคืนนี้"
เจ้าหน้าที่กู้ภัย
โฆษกหน่วยยามฝั่งเปิดเผยเพิ่มเติมว่า กระแสน้ำที่รุนแรงทำให้เรือลอยออกห่างจากตำแหน่งที่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือครั้งแรก จากจุดเดิมที่อยู่ห่างจากบารังไกย์ ตูร์ดา 4 ไมล์ทะเล ไปไกลถึง 7.68 ไมล์ทะเล ซึ่งทำให้ภารกิจค้นหาในพื้นที่ขยายวงกว้างและมีความซับซ้อนมากขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อุบัติเหตุทางเรือในฟิลิปปินส์มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะกว่า 7,100 เกาะ ทำให้เรือเฟอร์รี่ระหว่างเกาะเป็นคมนาคมหลักที่มีราคาถูก แต่ความท้าทายด้านสภาพอากาศ ไต้ฝุ่นเฉลี่ยปีละ 20 ลูก รวมถึงปัญหาการบำรุงรักษาและการบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยที่หย่อนยาน มักนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมซ้ำซาก คล้ายกับเหตุการณ์เรือไฟไหม้ในปี 2023 ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 31 รายทางตอนใต้ของประเทศ
สำหรับผู้รอดชีวิตจำนวน 43 ราย ได้ถูกนำตัวไปพักพิงยังศูนย์อพยพในบารังไกย์ ตูร์ดา ทางเหนือของมาร์ซิลลา ขณะที่ญาติพี่น้องของผู้สูญหายต่างมารอคอยความหวังด้วยความวิตกกังวล เช่นเดียวกับ อานีลิน มาจบันัว ที่เดินทางมายังโรงพยาบาลในโครอนเพื่อตามหา มาร์ลอน สามีของเธอที่เดินทางกลับจากมะนิลา แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีรายชื่อผู้รอดชีวิต
ทางด้าน ไร การ์เซีย หนึ่งในญาติที่มีเพื่อนครอบครัวสูญหาย 3 ราย ได้แก่ แมร์ ลอร์เรน กาเลรา-นาโวอา, เอลีเซอร์ นาโวอา สามี และลูกสาววัย 3 ขวบ หิรายา จอย ซึ่งเดินทางกลับจากเกาะลูซอนหลังไปร่วมงานศพคุณพ่อ และประสบเหตุไฟไหม้เรือระหว่างเดินทางกลับบ้านที่เอล นิลโต ในจังหวัดปาลวัน โดยครอบครัวยังคงภาวนาให้ทุกคนปลอดภัย
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น