ข้ามไปเนื้อหาหลัก

iPhone 18 Pro: รูรับแสงปรับได้อาจไม่ใช่ทีเด็ด

Apple เตรียมใส่รูรับแสงกล้องแบบปรับได้ใน iPhone 18 Pro และ Pro Max แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าจุดขายจริงคือรูรับแสงกว้างสุด f/1.48

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
10 Sep 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
iPhone 18 Pro: รูรับแสงปรับได้อาจไม่ใช่ทีเด็ด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • iPhone 18 Pro และ Pro Max มาพร้อมกล้องหลักที่ปรับรูรับแสงกลไกได้
  • ผู้เชี่ยวชาญมองว่าระบบปรับรูรับแสงแคบลงอาจไม่สร้างความต่างมากนัก
  • รูรับแสงกว้างสุด f/1.48 คือไฮไลต์จริงที่ช่วยเรื่องภาพถ่ายในที่แสงน้อย

Apple มักจะดึงดูดความสนใจด้วยฮาร์ดแวร์กล้องรุ่นใหม่ในสมาร์ทโฟนเสมอ และประเด็นใหญ่ของ iPhone 18 Pro ในตอนนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องของรูรับแสงที่ปรับค่าได้ โดยทั้งรุ่น iPhone 18 Pro และ Pro Max จะใส่กลไกม่านตาปรับระดับได้มาในโมดูลกล้องหลัก เพื่อควบคุมปริมาณแสงที่เข้าสู่เซ็นเซอร์ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกถ่ายภาพที่ค่า f/1.48, f/1.8, f/2.8 และ f/4 ได้ตามต้องการ

นอกจากระบบปรับรูรับแสงแบบอัตโนมัติแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมค่าความเร็วชัตเตอร์ ไวท์บาลานซ์ และการโฟกัสแบบแมนนวลได้โดยตรงจากแอปพลิเคชันกล้องหลักของตัวเครื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพาแอปพลิเคชันเสริมจากภายนอกเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม แอนโตนิโอ จี. ดิ เบเนเดตโต ผู้รีวิวจาก The Verge กลับมองว่ากระแสความตื่นเต้นเกี่ยวกับรูรับแสงปรับได้นี้อาจสูงเกินความเป็นจริงไปบ้าง

chromebook notebook computer office desk workspace

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเซ็นเซอร์ของสมาร์ทโฟนมีขนาดเล็กมาก และวัตถุส่วนใหญ่ก็อยู่ในระยะโฟกัสที่ชัดเจนอยู่แล้ว เว้นแต่จะถ่ายภาพในระยะประชิดจริงๆ นอกจากนี้ การหรี่รูรับแสงแคบลงไปที่ f/4 ก็ไม่ได้ช่วยให้ภาพคมชัดขึ้นอย่างก้าวกระโดดเหมือนในกล้องฟูลเฟรม แถมยังอาจเกิดปัญหาเลนส์เลี้ยวเบน (lens diffraction) ที่ทำให้ภาพด้อยความคมชัดลงกว่าเดิมเมื่อเทียบกับค่า f/1.8 หรือ f/2.8 อีกด้วย

f/1.48รูรับแสงกว้างสุดใหม่
4ระดับรูรับแสงที่เลือกได้

ประโยชน์จริงๆ ที่พอจะมองเห็นจากการหรี่รูรับแสงแคบลงนั้นมีอยู่ไม่มากนัก เช่น การเพิ่มระยะชัดลึก (depth of field) สำหรับถ่ายภาพวัตถุระยะใกล้ การเก็บภาพถ่ายกลุ่มคนจำนวนมากให้ชัดทั่วถึงในสภาพแสงที่สว่างจัด หรือการถ่ายวิดีโอท่ามกลางแสงแดดจ้า แต่สถานการณ์เหล่านี้ถือว่าเกิดขึ้นได้น้อยครั้งในชีวิตประจำวัน และเป็นเหตุผลว่าทำไมแบรนด์คู่แข่งอย่าง Samsung หรือ Xiaomi ถึงเคยทดลองใส่ฟีเจอร์นี้แล้วถอดออกไปเงียบๆ ในเวลาต่อมา

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"I think the real star feature of the iPhone 18 Pro’s camera is its f/1.48 maximum aperture. Fuck stopping down, man. People love bokeh.":

Antonio G. Di Benedetto

ในมุมมองของผู้รีวิว ความโดดเด่นที่แท้จริงของกล้อง iPhone 18 Pro กลับอยู่ที่รูรับแสงกว้างสุดระดับ f/1.48 มากกว่า เนื่องจากกล้องรุ่นก่อนหน้าอย่าง iPhone Pro ปีที่แล้วมีรูรับแสงอยู่ที่ f/1.7 การขยับมาเป็น f/1.48 จะช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้ดีขึ้น พร้อมกับมอบระยะชัดตื้น (shallow depth of field) ที่ละลายฉากหลังได้ละมุนตามากกว่าเดิม แม้จะไม่ได้ต่างจากเดิมแบบพลิกฝ่ามือ แต่ก็ให้ภาพแนวหน้าชัดหลังเบลอในฝันที่ผู้ใช้งานชื่นชอบ

การพัฒนาขีดความสามารถด้านการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟนระดับเรือธงในปัจจุบัน มักจะมุ่งเน้นไปที่การผสานระหว่างฮาร์ดแวร์เชิงกลไกและการประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์ แม้ฟีเจอร์กลไกรูรับแสงปรับได้จะเคยได้รับความนิยมในกล้อง DSLR ดั้งเดิม แต่การนำมาใช้ในเซ็นเซอร์ขนาดเล็กของมือถือยังคงต้องเผชิญข้อจำกัดทางฟิสิกส์ การที่ Apple เลือกผลักดันรูรับแสงให้กว้างยิ่งขึ้นถึง f/1.48 จึงสะท้อนถึงความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชื่นชอบภาพถ่ายบุคคลละลายหลังมากกว่าการปรับความคมชัดในทุกย่านระยะชัดลึก

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้