หมอวาโย แจงความหมาย กกตหค. พร้อมหนุนงบองค์กรอิสระ
นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณ 2570 เมื่อ 10 ก.ย. 2569 แจงย่อหน้าตัวย่อพร้อมชวนจับตางบองค์กรอัยการและองค์กรอิสระ 7.85 พันล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 10 ก.ย. 2569
- พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 2-3
- แจงความหมายตัวย่อ กกตหค. พร้อมระบุเหตุผลขอไม่ตัดงบองค์กรอิสระ 7.85 พันล้านบาท
- พาดพิงถึงนายศุภชัย ใจสมุทร และเลขาธิการ กกต. นายแสวง บุญมี
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระ 2-3 โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม บรรยากาศการอภิปรายดำเนินไปอย่างเข้มข้นในมาตรา 32 ซึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานองค์กรอิสระและองค์กรอัยการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 7.85 พันล้านบาท
ในช่วงเวลาประมาณ 14.25 น. นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขึ้นอภิปรายโดยกล่าวพาดพิงถึงนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ที่เพิ่งถอนคำว่าอย่าฮึกเหิมให้มันมากไปออกไป โดย นพ.วาโย ระบุว่าขออนุญาตฮึกเหิมนิดหน่อยแต่จะไม่เหิมเกริม พร้อมทั้งนำสไลด์ขึ้นแสดงประกอบการอภิปรายที่มีข้อความสะดุดตา
ไฮไลต์สำคัญของการอภิปรายคือการชี้แจงประเด็นตัวย่อปริศนา ‘กกตหค.’ ซึ่ง นพ.วาโย ยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่การกินก๋วยเตี๋ยวหกคนอย่างแน่นอน พร้อมทั้งแสดงจุดยืนในส่วนของการพิจารณางบประมาณ โดยประกาศขอไม่ตัดงบประมาณแม้แต่บาทเดียว เนื่องจากมองว่าผลงานของหน่วยงานยังคงเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนในการปฏิบัติหน้าที่
"ขอขออนุญาตฮึกเหิมนิดนึง แต่ไม่เหิมเกริม"
นอกจากนี้ นพ.วาโย ยังได้กล่าวเหน็บแนมการทำงานของเลขาธิการ กกต. นายแสวง บุญมี โดยระบุทำทำนองว่าเป็นอัจฉริยภาพและมีความแยบคาย มีคำพูดมากมายเกิดขึ้นแต่กลับมีความขัดแย้งกันเองในหลายประเด็น ซึ่งสะท้อนถึงการทำงานที่ สส. พรรคประชาชนหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบอย่างใกล้ชิดกลางที่ประชุมสภา
การอภิปรายงบประมาณในวาระ 2-3 ของสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถใช้สิทธิปรับลดหรือคงงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน การที่ สส. ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนเลือกที่จะไม่ตัดงบองค์กรอิสระในมาตรา 32 แม้จะมีข้อท้วงติงการทำงาน สะท้อนถึงการแยกแยะระหว่างการตรวจสอบเชิงนโยบายกับการขับเคลื่อนภารกิจหลักขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น