ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Meta เปิดตัว Muse AI ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำหน้าที่แทนคุณได้

Emma Roth จาก The Verge ได้ทดลองใช้ Muse AI ผู้ช่วยอัจฉริยะตัวใหม่จาก Meta ที่สามารถจัดการอีเมล ซื้อของ และสร้างคอนเทนต์ได้ แต่ออกอาการผวาเมื่อ AI รู้ลึกถึงข้อมูลส่วนตัว

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
11 Sep 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Meta เปิดตัว Muse AI ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำหน้าที่แทนคุณได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Meta เปิดตัว Muse AI ผู้ช่วยอัจฉริยะเพื่อการทำงานตัวแรก
  • AI ทำงานผ่านระบบคลาวด์เพื่อช่วยจัดการอีเมลและซื้อของออนไลน์
  • ระบบสามารถสร้างภาพและวิดีโอจำลองสินค้าของแบรนด์ดังได้
  • ผู้ทดลองใช้มีความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและความรู้ลึกของ AI

Meta ก้าวเข้าสู่ตลาดเครื่องมือเพิ่มผลผลิตด้วยการเปิดตัว Muse AI ผู้ช่วยอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่บริษัทระบุว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยจัดการงานน่าเบื่อในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยซื้อสินค้าออนไลน์ การจัดการอีเมล หรือการวางแผนท่องเที่ยว Emma Roth นักข่าวจาก The Verge ได้ทดลองใช้งานเครื่องมือตัวนี้เพื่อดูประสิทธิภาพการทำงานจริงจากบริษัทที่มักให้ความสำคัญกับความบันเทิงมากกว่าเรื่องงาน แต่นอกจากความสามารถในการทำงานแล้ว ปริมาณข้อมูลส่วนตัวที่ AI รวบรวมมาได้เองกลับสร้างความตกใจและน่ากลัวมากกว่า

ภารกิจแรกที่ Roth มอบหมายให้ Muse ซึ่งทำงานผ่านคอมพิวเตอร์เสมือนบนคลาวด์ คือการคัดแยกและลบข้อความขยะในกล่องจดหมาย Gmail ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องเชื่อมต่อบัญชี Google และอนุญาตให้ AI เข้าถึง อ่าน และลบอีเมลได้ แม้การตั้งค่าบนมือถือจะมีปัญหาขัดข้องจนต้องย้ายไปทำบนแล็ปท็อป แต่ในที่สุดมันก็สามารถลบอีเมลโปรโมชันและอัปเดตต่างๆ ไปได้นับพันฉบับ โดยที่ผู้ใช้งานยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจนักเมื่อต้องมอบสิทธิ์เข้าถึงอีเมลทั้งหมดให้กับ Meta ที่มีประวัติเรื่องความเป็นส่วนตัวไม่สู้ดีนัก

laptop computer office desk workspace

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ทาง Meta ได้ชี้แจงว่าระบบของ Muse ถูกออกแบบมาให้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับแอปพลิเคชันภารกิจเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น และยืนยันว่าจะไม่มีการแชร์ข้อมูลของผู้ใช้งานให้กับผู้ลงโฆษณา Roth จึงทดลองใช้งานต่อด้วยการเชื่อมต่อบัญชี Amazon เข้ากับ Muse พร้อมกับสั่งให้ AI คัดเลือกเสื้อออกกำลังกายตามขนาด สไตล์ และสีที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ แถมยังช่วยตรวจสอบสินค้าอื่นๆ ที่ค้างอยู่ในตะกร้าก่อนทำการสั่งซื้อให้อีกด้วย

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่เอเจนต์ AI (AI Agent) สามารถเข้ามาควบคุมแอปพลิเคชันและดำเนินการแทนผู้ใช้ได้แบบเบ็ดเสร็จ (Autonomous execution) ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการเทคโนโลยี แต่ในขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากผู้ใช้ต้องยินยอมให้ AI เข้าถึงบัญชีหลักที่มีข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ ทั้งอีเมลและบัญชีอีคอมเมิร์ซ

นอกจากนี้ Muse ยังมีความสามารถในการสร้างพอดแคสต์จำลอง สร้างภาพและวิดีโอ รวมถึงหน้าเว็บหรือเอกสารโต้ตอบที่เรียกว่า “artifacts” โดยเมื่อสั่งให้สร้างภาพงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีโลโก้ Apple AI สามารถสร้างภาพอุปกรณ์จำลอง เช่น iPhone พับได้ Apple Watch และ AirPods ขึ้นมาได้ แต่กลับเกิดอาการภาพหลอน (Hallucination) โดยการตั้งชื่อแอป App Store ว่า “Photos” และเรียก Maps, Music รวมถึงแอป Photos จริงๆ ว่า “Calender” ในขณะเดียวกันระบบปฏิเสธคำขอสร้างภาพของ “ซีอีโอ Apple” และภาพตัวการ์ตูนบางตัว

"Muse rattled off very specific interests linked to my Instagram account."

Emma Roth
หลายพันอีเมลขยะที่ถูกลบโดย AI

จุดที่ทำให้สถานการณ์เริ่มน่ากลัวคือเมื่อ Roth กดเข้าไปดูที่แท็บ “Feed” และใช้คำสั่งมาตรฐานของ Meta ในการสร้างฟีดข่าวตามความสนใจ ระบบได้ดึงข้อมูลข่าวสารปัจจุบันรวมถึงข่าวจากรัฐที่เธอกำลังเดินทางไปเยี่ยมครอบครัว ซึ่ง Muse ยอมรับว่าดึงข้อมูลมาจากที่อยู่จัดส่งสินค้าบนบัญชี Amazon และเมื่อถามต่อไปว่า AI รู้อะไรเกี่ยวกับเธออีกจากบัญชี Instagram และ Facebook ที่ใช้สมัครใช้งาน Muse ก็เริ่มสาธยายความสนใจเฉพาะตัวของเธอออกมาอย่างละเอียดจนน่าขนลุก

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้