วิธีต้มถั่วแระญี่ปุ่นให้อร่อย สุกพอดี สีเขียวสวย ไม่เละ
แจกสูตรและขั้นตอนการต้มถั่วแระญี่ปุ่นสดให้สุกพอดีในเวลา 3-5 นาที พร้อมเคล็ดลับรักษาความเขียวสดและเนื้อแน่นน่ากิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ล้างฝักและถูเกลือเบาๆ ก่อนนำไปต้มในน้ำเดือด
- ใช้เวลาต้ม 3 ถึง 5 นาทีและเริ่มเช็กความสุกตั้งแต่นาทีที่สาม
- ตักขึ้นสะเด็ดน้ำทันทีหรือน็อกน้ำเย็นเพื่อหยุดความร้อน
การทำถั่วแระญี่ปุ่นให้อร่อยและมีสีเขียวสดใสนั้นมีเทคนิคที่ไม่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความใส่ใจในเรื่องเวลาและความร้อน เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่แน่นกำลังดีและไม่เละจนเสียรสชาติ บทความนี้จะมาแนะนำขั้นตอนการทำที่ทุกคนสามารถทำตามได้ทันทีในครัวบ้านของคุณ
เริ่มต้นด้วยการเตรียมวัตถุดิบโดยนำถั่วแระญี่ปุ่นแบบฝักมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย คุณสามารถใช้เกลือเม็ดถูเบาๆ ที่ผิวฝักเพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกก่อนจะล้างด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ จากนั้นตั้งหม้อเติมน้ำให้ปริมาณมากพอที่จะท่วมฝักถั่วทั้งหมดแล้วเปิดไฟต้มจนเดือดจัด พร้อมทั้งเติมเกลือลงไปเล็กน้อยตามความชอบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เมื่อน้ำเดือดพล่านแล้วให้นำถั่วแระญี่ปุ่นลงไปต้มโดยใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 5 นาที หากคุณชื่นชอบถั่วที่มีเนื้อสัมผัสแน่นเป็นพิเศษ สามารถเริ่มทำการทดสอบความสุกได้ตั้งแต่ช่วงนาทีที่สามเป็นต้นไป สังเกตให้เมล็ดด้านในสุกได้ที่ สีเขียวยังคงสวยสด และเนื้อไม่นิ่มยุ่ย
การเติมเกลือลงในน้ำเดือดไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรสชาติเค็มอ่อนๆ ให้กับเปลือกถั่ว แต่ยังช่วยรักษาสีเขียวมรกตของคลอโรฟิลล์ไม่ให้ถูกทำความร้อนทำลายได้ง่ายเกินไป การน็อกน้ำเย็นจัดหลังต้มเสร็จยังเป็นหลักวิทยาศาสตร์การทำอาหารที่เรียกว่า การหยุดกระบวนการปรุงอาหารด้วยความร้อน (Plunging) ซึ่งช่วยล็อกเนื้อสัมผัสและความกรอบอร่อยไว้ได้ดีที่สุด
เมื่อได้ระดับความสุกที่ต้องการแล้ว ให้รีบตักถั่วแระญี่ปุ่นขึ้นจากน้ำร้อนและสะเด็ดน้ำทันที ห้ามปล่อยแช่ทิ้งไว้เด็ดขาดเพราะความร้อนสะสมจะทำให้ถั่วสุกเกินไปจนเนื้อนิ่มเละ หากต้องการให้ความร้อนหยุดลงอย่างรวดเร็วสามารถนำไปผ่านน้ำเย็นจัดก่อนสะเด็ดน้ำให้แห้งอีกครั้ง
ขั้นตอนสุดท้ายคือการโรยเกลือป่นเล็กน้อยตามใจชอบก่อนจัดเสิร์ฟ เวลารับประทานให้ใช้มือบีบเมล็ดออกจากฝักแล้วทานเฉพาะส่วนเมล็ดด้านในเท่านั้น ไม่ควรเคี้ยวหรือรับประทานเปลือกฝักเด็ดขาด
สำหรับใครที่ใช้งานถั่วแระญี่ปุ่นแบบแช่แข็ง ควรพลิกดูฉลากและตรวจสอบวิธีปรุงบนบรรจุภัณฑ์เป็นหลักเสมอ เนื่องจากผลิตภัณฑ์แช่แข็งบางยี่ห้ออาจผ่านกระบวนการลวกหรือทำให้สุกมาล่วงหน้าแล้ว ซึ่งจะทำให้ใช้เวลาในการอุ่นหรือต้มน้อยกว่าถั่วสดทั่วไป
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น