จาตุรนต์จี้เลิกเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ชูกระจายอำนาจท้องถิ่น
นายจาตุรนต์ ฉายแสง จี้รัฐบาลยกเลิกเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ชี้เป็นต้นตอเส้นสายและเงินทอน พร้อมเสนอ 4 แนวทางแก้ปัญหาเพื่อคืนอำนาจให้ท้องถิ่นตัดสินใจเองร้อยเปอร์เซ็นต์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายจาตุรนต์ ชี้เงินอุดหนุนเฉพาะกิจเป็นต้นตอของเส้นสายและเงินทอน
- ระบุสัดส่วนรายได้ท้องถิ่นปีนี้อยู่ที่ 29.35% ต่ำกว่าเป้าหมายกฎหมาย 35%
- เสนอ 4 แนวทางแก้ปัญหา รวมถึงการปรับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้เป็นเงินอุดหนุนทั่วไป
- เสนอปรับลดงบประมาณส่วนนี้ลง 5% เพื่อกดดันให้เกิดการปฏิรูประบบกระจายอำนาจ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ได้ออกมาสะท้อนปัญหาโครงสร้างการบริหารงานและการจัดสรรงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่ากฎหมายได้กำหนดเป้าหมายรายได้ท้องถิ่นไว้ที่ 35% ของรายได้รัฐบาล แต่ในความเป็นจริงปีนี้สัดส่วนดังกล่าวกลับอยู่1ที่เพียง 29.35% เท่านั้น และยังคงค้างอยู่ในระดับนี้มาเป็นเวลาหลายปี
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อรัฐบาลตัดสินใจกู้เงินเพิ่มขึ้น สัดส่วนรายได้ของท้องถิ่นก็ยิ่งปรับตัวลดลงไปอีก เนื่องจากเงินกู้เหลือนั้นไม่ได้ถูกนำมาใช้คำนวณรวมในการกำหนดสัดส่วนรายได้ของท้องถิ่นแต่อย่างใด ส่งผลให้การพัฒนาพื้นที่ไม่สอดคล้องกับเม็ดเงินที่ควรจะเป็น
ในส่วนของเงินอุดหนุนที่ใช้จ่ายตามภารกิจ 34 รายการ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกระจายอำนาจนั้น นายจาตุรนต์อธิบายว่าปัญหาใหญ่คือท้องถิ่นไม่มีอิสระในการตัดสินใจใช้จ่ายงบประมาณด้วยตนเอง แต่ต้องทำตามรายการที่รัฐบาลกลางกำหนดไว้ ทำให้ในทางบัญชีอาจดูเหมือนท้องถิ่นมีรายได้สูง แต่แท้จริงแล้วขาดความยืดหยุ่น
สำหรับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจนั้น เดิมทีเคยอยู่ภายใต้การดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก่อนที่พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 จะกำหนดให้เกิดระบบหน่วยรับงบประมาณ ทำให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลต้องเสนอขอเงินโดยตรงจากสำนักงบประมาณ ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลยังไม่ได้เข้าสู่ระบบดังกล่าว จนทำให้คณะกรรมาธิการต้องเชิญเทศบาลหลายพันแห่งและ อบจ. ทุกจังหวัดเข้ามาชี้แจงโครงการเป็นรายกรณี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"ยังใช้ดุลพินิจของสำนักงบประมาณ แล้วสภาก็ไม่สามารถดูแลได้ ไปดูแลก็ไม่รู้เรื่องว่าท้องถิ่นเขาต้องการอะไร สภาไปถามเขาว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมไม่ทำเรื่องนั้น ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ที่สภาผู้แทนราษฎรจะไปดู สภาผู้แทนราษฎรต้องไปดูหน่วยงานของราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค"
นายจาตุรนต์ ฉายแสง
จากปัญหาดังกล่าว นายจาตุรนต์จึงได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งหมด 4 ประการ ประกอบด้วย การลดการของบประมาณโดยตรงจากสำนักงบประมาณให้เหลือน้อยที่สุด การปรับเปลี่ยนเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้กล ายเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปโดยใช้เกณฑ์จำนวนประชากร ความหนาแน่น และภารกิจที่จำเป็นเพื่อให้ท้องถิ่นตัดสินใจได้เอง 100% รวมถึงการปรับระบบการจัดสรรรายได้ใหม่ทั้งหมด และการแบ่งอำนาจหน้าที่ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับราชการส่วนภูมิภาคใหม่เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน
การผลักดันการกระจายอำนาจทางการคลังถือเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญในทางการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน การที่ท้องถิ่นต้องพึ่งพางบประมาณจากส่วนกลางหรือสำนักงบประมาณไม่เพียงแต่จำกัดความคล่องตัวในการพัฒนาพื้นที่ แต่ยังสร้างภาระด้านการตรวจสอบและอาจเปิดช่องให้เกิดความไม่โปร่งใส การเสนอตัดงบประมาณลง 5% จึงเป็นกลไกเชิงนโยบายเพื่อใช้กดดันให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ระบุด้วยว่า เคยเสนอแนวทางเหล่านี้ต่อคณะกรรมาธิการชุดก่อนหน้ามาแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า ครั้งนี้จึงตัดสินใจเสนอให้มีการปรับลดงบประมาณส่วนดังกล่าวลง 5% เพื่อเป็นมาตรการกดดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบการกระจายอำนาจและการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น