ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Collaborative Fund เข้าถือหุ้นสโมสรฟุตบอล D.C. United

Collaborative Fund กองทุน VC อายุ 15 ปีที่มีสินทรัพย์ราว 1 พันล้านดอลลาร์ เข้าถือหุ้นสโมสรฟุตบอล D.C. United และสนาม Audi Field ตามรอย Thrive Capital

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
11 Sep 2026ที่มา: TechCrunch4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Collaborative Fund เข้าถือหุ้นสโมสรฟุตบอล D.C. United

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Collaborative Fund เข้าถือหุ้นสโมสรฟุตบอล D.C. United และสนาม Audi Field
  • การลงทุนใช้เงินจากกองทุน early-stage ปกติ ต่างจาก Thrive Capital ที่ตั้งกองทุนถาวร
  • กองทุนมองสนามแข่งเป็นช่องทางจัดจำหน่ายและพื้นที่โชว์เคสสำหรับพอร์ตโฟลิโอ

Collaborative Fund กองทุนร่วมลงทุนทั่วไปสัญชาติอเมริกันอายุ 15 ปีจากนครนิวยอร์ก ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการราว 1,000 ล้านดอลลาร์ และเคยลงทุนในสตาร์ทอัพอย่าง Lyft, Reddit, Sweetgreen และ Olipop ได้ตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นในสโมสรฟุตบอล D.C. United พร้อมด้วยสนามแข่งขัน Audi Field

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นกองทุนรายล่าสุดและมีขนาดเล็กที่สุดที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางการนำเงินลงทุนแบบเวนเจอร์แคปปิตอลมาใช้เป็นเจ้าของทีมกีฬาอาชีพ หลังจากที่ Thrive Capital เคยเปิดประตูทางเลือกนี้ไว้เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้

ในอดีตที่ผ่านมา การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่กีฬาอาชีพมักเกิดขึ้นผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ ความมั่งคั่งส่วนบุคคลจากมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี และกลุ่มทุนประเภทไพรเวทอิควิตี้ โดยตัวอย่างเช่น Vinod Khosla และครอบครัว ได้บรรลุข้อตกลงเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาในการซื้อทีม Seattle Seahawks ด้วยมูลค่าเป็นประวัติการณ์ถึง 9,600 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่ครอบครัว Khosla เพิ่งเข้าถือหุ้นในทีม San Francisco 49ers ร่วมกับ Bret Taylor ประธาน OpenAI ซึ่งถือเป็นรูปแบบการใช้ความมั่งคั่งส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การที่กองทุน VC หันมาสนใจทีมกีฬาอาชีพถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากโมเดลเดิมที่เน้นลงทุนเฉพาะในบริษัทซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยี โดยอาศัยความได้เปรียบด้านคอมมิบิตี้และฐานแฟนคลับในสนามจริงมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในพอร์ต

แนวทางของ Thrive Capital และ Collaborative Fund นั้นแตกต่างจากรูปแบบดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ กลยุทธ์การเป็นเจ้าของทีมกีฬาระหว่างทั้งสองบริษัทก็มีความแตกต่างกันอย่างมากเช่นกัน โดย Thrive Capital ได้สร้างยานยนต์ลงทุนเฉพาะกิจที่เป็นเงินทุนถาวร (standalone, permanent-capital vehicle) สำหรับถือครองสินทรัพย์ระดับโทรฟี่โดยเฉพาะ ในขณะที่ Collaborative Fund เลือกใช้เงินลงทุนจากกองทุนระยะเริ่มต้น (early-stage fund) กองเดียวกันกับที่ใช้เขียนเช็คระดับ Seed และ Series A โดยไม่ได้มองว่าดีลนี้เป็นสิ่งที่จะซื้อมาเก็บไว้เฉยๆ แต่ปฏิบัติเสมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐาน

business conference speaker presentation screen daytime

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ผู้บริหารได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยเกื้อหนุนรอบด้านสำหรับวงการฟุตบอลอเมริกันโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เพิ่งผ่านพ้นไป มหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่กำลังจะมาถึงในลอสแอนเจลิส ตัวเลขการมีส่วนร่วมของเยาวชนที่พุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา รวมถึงกรรมสิทธิ์ของ D.C. United เหนือสนาม Audi Field ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พร้อมด้วยช่องทางพัฒนาเยาวชนผ่านเคาน์ตี Loudoun ในรัฐเวอร์จิเนีย และสิทธิ์ในการทำทีมขยายผลในอนาคตที่บัลติมอร์

อันที่จริงแล้ว วิทยทัศน์ที่นำเสนอในการประชุม TechCrunch StrictlyVC ที่นครนิวยอร์กเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ไม่ได้เน้นไปที่การเป็นเจ้าของมูลค่าของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างตัวสโมสรกีฬาเอง แต่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่สโมสรสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ โดย Collaborative Fund ต้องการเปลี่ยนสนาม Audi Field ให้กลายเป็นเสมือนห้องจัดแสดงมีชีวิต (living showcase) สำหรับพอร์ตโฟลิโอของตนเอง

"the ultimate consumer product"

Shapiro

ในฐานะผู้สนับสนุนทั้งบริษัทผลิตสายรัดข้อมือออกกำลังกาย Whoop และแบรนด์เครื่องดื่ม Olipop ทาง Collaborative Fund กำลังจินตนาการถึงการจัดกิจกรรมเปิดตัวอุปกรณ์ WHOOP สำหรับแฟนๆ หรือการนำเครื่องดื่ม Olipop เข้าไปแทรกซึมอยู่ในจุดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในวันแข่งขัน โดยเขามองปริมาณผู้คนที่เดินเข้าออกสนามแข่งขันจำนวนหลายหมื่นคนตามกำหนดการที่คาดเดาได้ว่าเป็นช่องทางการจัดจำหน่าย ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ทำให้ชีวิตประจำวันรู้สึกสังเคราะห์มากขึ้น และประสบการณ์แบบสดๆ กำลังมีมูลค่าสูงขึ้น

หากวิทยทัศน์ที่มองว่าแฟรนไชส์กีฬาคือผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคขั้นสูงสุดมีความถูกต้อง นี่อาจเป็นช่องทางที่ดีในการนำเงินไปวางไว้ เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้