Google ปรับผลค้นหาโรงแรมยุโรป เลี่ยงกฎหมาย EU
Google ปรับหน้าผลการค้นหาโรงแรมและเที่ยวบินในยุโรป เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย Digital Markets Act ของสหภาพยุโรป หลังโดนปรับ 460 ล้านยูโร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Google ปรับผลค้นหาโรงแรมและเที่ยวบินในยุโรปตามกฎ EU
- แยกหน้าจอเป็นชุดผู้ให้บริการรวมและชุดผู้ให้บริการตรง
- ผู้ใช้ในยุโรปจะไม่สามารถใช้ฟิลเตอร์วันที่ในส่วนผู้ให้บริการตรงได้
- การเปลี่ยนแปลงนี้ครอบคลุม 30 ประเทศในยุโรปและระบบ AI
Google ได้ทำการปรับเปลี่ยนหน้าผลการค้นหาสำหรับการเดินทาง ทั้งโรงแรม เที่ยวบิน และร้านอาหาร สำหรับผู้ใช้งานภายในสหภาพยุโรป รวมถึงไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และนอร์เวย์ การอัปเดตครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) หลังจากที่บริษัทต้องเผชิญกับค่าปรับสูงถึง 460 ล้านยูโร หรือประมาณ 525 ล้านดอลลาร์ จากคณะกรรมาธิการยุโรปในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากข้อหาให้ความสำคัญกับบริการของตนเองก่อน
หน้าผลการค้นหาแบบใหม่ในยุโรปนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถแยกแยะระหว่างแพลตฟอร์มตัวกลางและผู้ให้บริการโดยตรงได้อย่างง่ายดาย โดยรูปแบบใหม่ประกอบด้วย:
- Aggregator Unit (ชุดผู้ให้บริการรวม): แสดงรายการของบริษัทตัวกลางหรือออนไลน์ทราเวลเวนเจอร์ (OTA) เช่น Booking.com และ Agoda โดยผู้ให้บริการที่ได้อันดับสูงสุดจะถูกขยายข้อมูลแสดงผลไว้เป็นค่าเริ่มต้น
- Supplier Unit (ชุดผู้ให้บริการตรง): แสดงรายชื่อจากผู้ให้บริการโดยตรง เช่น โรงแรมแต่ละแห่งและสายการบินต่างๆ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้งานในส่วนของชุดผู้ให้บริการตรง (Supplier Unit) จะถูกจำกัดการใช้งานค่อนข้างมาก โดยผู้ใช้ในยุโรปจะไม่สามารถใช้ตัวกรองวันที่ ไม่สามารถดูราคาแบบเรียลไทม์ และไม่สามารถใช้งานแท็กรายละเอียดต่างๆ ได้เหมือนเดิม นอกจากนี้ Google ยังได้ทำการถอดส่วนของบริการห้องพักระยะสั้น (Vacation Rentals) ออกจากการแสดงผลในยุโรปอีกด้วย และยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะมีผลครอบคลุมไปถึงฟีเจอร์ AI Overview และ AI Mode ด้วยเช่นกัน
"Google claims the redesign hurts consumers and local businesses by boosting intermediaries"
Google
การปรับเปลี่ยนหน้าจอการค้นหาของ Google ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เข้มงวดขึ้นจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหภาพยุโรป ภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ซึ่งมุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ผูกขาดตลาดหรือเอื้อประโยชน์ให้แก่บริการของตนเอง การที่ Google ต้องยอมตัดฟีเจอร์สำคัญอย่างตัวกรองวันที่หรือราคาเรียลไทม์ออกในส่วนของผู้ให้บริการตรง แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการหลีกเลี่ยงบทลงโทษที่รุนแรงกว่าเดิม แต่อีกมุมหนึ่งก็นับเป็นความท้าทายของผู้บริโภคในการเปรียบเทียบราคาห้องพักและเที่ยวบินที่สะดวกรวดเร็วเช่นในอดีต
ในขณะที่ทาง Google ออกมาโต้แย้งว่าการออกแบบใหม่นี้ส่งผลเสียต่อผู้บริโภคและธุรกิจท้องถิ่น เนื่องจากเป็นการสนับสนุนบริษัทตัวกลางมากกว่า แต่กลุ่มล็อบบี้และนักวิชาการด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยวกลับมองว่าประสบการณ์การใช้งานที่แย่ลงนี้เป็นสิ่งที่ Google จงใจเลือกเอง และบทพิสูจน์ที่แท้จริงของการปฏิบัติตามกฎหมายคือการยุติการให้สิทธิพิเศษแก่บริการตนเองอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้ ประสบการณ์การใช้งานในสหรัฐอเมริกายังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ และยังคงแสดงผลฟีเจอร์โรงแรมของ Google แบบเต็มรูปแบบเหมือนเดิม
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น