ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Eryri National Park เปิดแผน 1 ล้านปอนด์ฟื้นฟูธรรมชาติ

National Trust ทุ่มงบเกือบ 1 ล้านปอนด์ฟื้นฟูพื้นที่กว่า 4,000 เอเคอร์ในอุทยานแห่งชาติ Eryri หลังเผชิญวิกฤตเสื่อมโทรมและเสี่ยงสูญพันธุ์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
11 Sep 2026ที่มา: BBC Science & Environment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Eryri National Park เปิดแผน 1 ล้านปอนด์ฟื้นฟูธรรมชาติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • National Trust ทุ่มงบเกือบ 1 ล้านปอนด์อนุรักษ์พื้นที่ 4,040 เอเคอร์
  • หุบเขา Nant Ffrancon ในอุทยาน Eryri เผชิญภาวะเสื่อมโทรมขั้นวิกฤต
  • นกริงโอเซลล์และพืชอัลไพน์หายากเสี่ยงสูญพันธุ์จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • นำเทคโนโลยีปลอกคอ GPS โคเนื้อมาใช้จัดการการแทะเล็มของสัตว์เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ

พื้นที่หุบเขา Nant Ffrancon ภายในอุทยานแห่งชาติ Eryri หรือที่รู้จักกันในชื่อ Snowdonia กำลังเผชิญกับภาวะเสื่อมโทรมทางนิเวศวิทยาอย่างรุนแรง ส่งผลให้พืชและสัตว์บางชนิดตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญหายไปจากพื้นที่โดยสมบูรณ์ โดยเฉพาะนกท้องถิ่นอย่างนกริงโอเซลล์ (ring ouzel) ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในแหล่งพำนักสุดท้ายที่สำคัญของพวกมันในประเทศเวลส์

เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว โครงการอนุรักษ์มูลค่าเกือบ 1 ล้านปอนด์จึงถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้การนำของ National Trust โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูและปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยรวมพื้นที่กว่า 4,040 เอเคอร์ ตั้งแต่ยอดเขาสูงของ Cwm Idwal ไปจนถึงหุบเขาอันลึกล้ำของ Dyffryn Ogwen ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่มีเอกลักษณ์และความพิเศษเฉพาะตัวของเวลส์

Wales mountain valley river landscape

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ความพยายามครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การอนุรักษ์นกริงโอเซลล์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงพืชดอกอัลไพน์ใน Cwm Idwal เช่น Tufted Saxifrage ซึ่งเผชิญผลกระทบอย่างหนักจากภัยแล้งในช่วงฤดูร้อนจนเหลือเพียง 7 ต้นในพื้นที่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีโครงการ Tlysau Mynydd Eryri หรือ Mountain Jewels of Eryri ที่ร่วมมือกับ Plantlife Cymru ในการปกป้องพืชหายากกลุ่มอื่นๆ อีกด้วย

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ภูเขาสูงอย่างอุทยาน Eryri (Snowdonia) มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและกิจกรรมทางการเกษตรในอดีตส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยบริหารจัดการจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากที่ดินและการอนุรักษ์พันธุ์พืชสัตว์หายากไม่ให้สูญหายไป

อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการนี้คือการนำนวัตกรรมปลอกคอ GPS สำหรับโคเนื้อมาใช้ เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้เช่าสามารถควบคุมและจัดการการแทะเล็มของสัตว์ในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ ทั้งในด้านความหนาแน่นและช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปยังแอปพลิเคชันบนมือถือของเกษตรกรแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้การจัดการทุ่งหญ้ามีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งต่อตัวสัตว์และธรรมชาติ

"การใช้ปลอกคอในโคช่วยให้เราสามารถเคลื่อนย้ายพวกมันไปตามภูมิประเทศและติดตามข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งทำให้การแทะเล็มมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งสำหรับโคและธรรมชาติเอง"

Rhys Wheldon-Roberts เจ้าหน้าที่จากโครงการ Cwm Idwal Partnership

นอกเหนือจากการทำงานร่วมกับเกษตรกรท้องถิ่นแล้ว โครงการนี้ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครและชุมชนรอบข้าง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับภูเขาและระบบนิเวศ รวมถึงมีส่วนร่วมในกระบวนการติดตามและสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพผ่านดัชนีชี้วัดต่างๆ เช่น นกสโลว์ค็อก (woodcock) และนกนาก (otter) รวมถึงต้นแอสเพนและจูนิเปอร์

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้