Eryri National Park เปิดแผน 1 ล้านปอนด์ฟื้นฟูธรรมชาติ
National Trust ทุ่มงบเกือบ 1 ล้านปอนด์ฟื้นฟูพื้นที่กว่า 4,000 เอเคอร์ในอุทยานแห่งชาติ Eryri หลังเผชิญวิกฤตเสื่อมโทรมและเสี่ยงสูญพันธุ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- National Trust ทุ่มงบเกือบ 1 ล้านปอนด์อนุรักษ์พื้นที่ 4,040 เอเคอร์
- หุบเขา Nant Ffrancon ในอุทยาน Eryri เผชิญภาวะเสื่อมโทรมขั้นวิกฤต
- นกริงโอเซลล์และพืชอัลไพน์หายากเสี่ยงสูญพันธุ์จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- นำเทคโนโลยีปลอกคอ GPS โคเนื้อมาใช้จัดการการแทะเล็มของสัตว์เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ
พื้นที่หุบเขา Nant Ffrancon ภายในอุทยานแห่งชาติ Eryri หรือที่รู้จักกันในชื่อ Snowdonia กำลังเผชิญกับภาวะเสื่อมโทรมทางนิเวศวิทยาอย่างรุนแรง ส่งผลให้พืชและสัตว์บางชนิดตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญหายไปจากพื้นที่โดยสมบูรณ์ โดยเฉพาะนกท้องถิ่นอย่างนกริงโอเซลล์ (ring ouzel) ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในแหล่งพำนักสุดท้ายที่สำคัญของพวกมันในประเทศเวลส์
เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว โครงการอนุรักษ์มูลค่าเกือบ 1 ล้านปอนด์จึงถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้การนำของ National Trust โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูและปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยรวมพื้นที่กว่า 4,040 เอเคอร์ ตั้งแต่ยอดเขาสูงของ Cwm Idwal ไปจนถึงหุบเขาอันลึกล้ำของ Dyffryn Ogwen ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่มีเอกลักษณ์และความพิเศษเฉพาะตัวของเวลส์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความพยายามครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การอนุรักษ์นกริงโอเซลล์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงพืชดอกอัลไพน์ใน Cwm Idwal เช่น Tufted Saxifrage ซึ่งเผชิญผลกระทบอย่างหนักจากภัยแล้งในช่วงฤดูร้อนจนเหลือเพียง 7 ต้นในพื้นที่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีโครงการ Tlysau Mynydd Eryri หรือ Mountain Jewels of Eryri ที่ร่วมมือกับ Plantlife Cymru ในการปกป้องพืชหายากกลุ่มอื่นๆ อีกด้วย
การฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ภูเขาสูงอย่างอุทยาน Eryri (Snowdonia) มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและกิจกรรมทางการเกษตรในอดีตส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยบริหารจัดการจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากที่ดินและการอนุรักษ์พันธุ์พืชสัตว์หายากไม่ให้สูญหายไป
อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการนี้คือการนำนวัตกรรมปลอกคอ GPS สำหรับโคเนื้อมาใช้ เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้เช่าสามารถควบคุมและจัดการการแทะเล็มของสัตว์ในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ ทั้งในด้านความหนาแน่นและช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปยังแอปพลิเคชันบนมือถือของเกษตรกรแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้การจัดการทุ่งหญ้ามีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งต่อตัวสัตว์และธรรมชาติ
"การใช้ปลอกคอในโคช่วยให้เราสามารถเคลื่อนย้ายพวกมันไปตามภูมิประเทศและติดตามข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งทำให้การแทะเล็มมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งสำหรับโคและธรรมชาติเอง"
Rhys Wheldon-Roberts เจ้าหน้าที่จากโครงการ Cwm Idwal Partnership
นอกเหนือจากการทำงานร่วมกับเกษตรกรท้องถิ่นแล้ว โครงการนี้ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครและชุมชนรอบข้าง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับภูเขาและระบบนิเวศ รวมถึงมีส่วนร่วมในกระบวนการติดตามและสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพผ่านดัชนีชี้วัดต่างๆ เช่น นกสโลว์ค็อก (woodcock) และนกนาก (otter) รวมถึงต้นแอสเพนและจูนิเปอร์
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น