ไทยเที่ยวไทยพลัส: ชงเข้า ครม. 22 ก.ย. คาดกระตุ้น 2 หมื่นล้าน
นายสุรศักดิ์เตรียมชงโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เข้า ครม. 22 ก.ย. นี้ ใช้งบ 4,000 ล้านบาท แจกคูปอง 1 ล้านสิทธิ เริ่มใช้ พ.ย. 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เตรียมชงโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 22 กันยายนนี้
- ใช้วงเงินงบประมาณจากเงินกู้ 4,000 ล้านบาท ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท
- แจกคูปอง 1 ล้านสิทธิ (สูงสุด 5 สิทธิ/คน) ใช้ระบบ Co-payment รัฐจ่าย 50% ประชาชนจ่าย 50%
- กำหนดเริ่มใช้พฤศจิกายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 พร้อมมาตรการคุมเข้มป้องกันการขึ้นราคา
กระทรวงการเตรียมผลักดันมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวครั้งใหม่ภายใต้ชื่อโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส โดยนายสุรศักดิ์เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 22 กันยายนนี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณจากเงินกู้จำนวน 4,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างเงินสะพัดและกระตุ้นการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท
สำหรับรายละเอียดของโครงการนี้ จะมีการสนับสนุนคูปองส่วนลดมูลค่าต่อ 1 สิทธิอยู่ที่ 1,500 บาท สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองหลัก และ 2,000 บาทสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองรอง โดยใช้หลักการดำเนินงานคล้ายกับโครงการคนละครึ่งในรูปแบบ Co-payment ที่รัฐบาลสนับสนุน 50% และประชาชนผู้ใช้สิทธิออกเองอีก 50% ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลากหลายประเภทมากขึ้น ไม่จำกัดเพียงแค่ร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงธุรกิจสปา ร้านขายของที่ระลึก บริการนวด รวมถึงแพ็กเกจกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ เช่น การดำน้ำ และการล่องเรือ
ในส่วนของโควตาและการจำกัดสิทธินั้น โครงการเฟสนี้จะจัดสรรจำนวนทั้งหมด 1 ล้านสิทธิ โดยประชาชน 1 คนสามารถใช้สิทธิได้สูงสุดไม่เกิน 5 สิทธิ ตลอดระยะเวลาของโครงการ สำหรับกำหนดการเปิดให้ลงทะเบียนจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม 2569 ก่อนจะเริ่มให้ประชาชนสามารถนำไปใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 ยาวไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม โครงการจะมีการหยุดพักการใช้สิทธิในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ก่อนจะกลับมาเปิดให้ใช้ได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2570 ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 รวมระยะเวลาการดำเนินโครงการทั้งหมด 3 เดือน
"กระทรวงการคลังออกแบบระบบมาเพื่อป้องกันการขึ้นราคาค่าที่พัก ซึ่งโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวก่อนหน้านี้ 1 สิทธิได้ไม่เคยเกิน 3,000 บาท และเป็นการจ่ายรวบ ก็ได้รับการร้องเรียนว่ามีการขึ้นราคา"
นายสุรศักดิ์
ประเด็นเรื่องการควบคุมราคาค่าที่พักและการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงที่มีโครงการ ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่กระทรวงการคลังให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากในอดีตเคยมีเสียงร้องเรียนเรื่องการปรับราคาขึ้นในช่วงที่มีโครงการกระตุ้นลักษณะดังกล่าว โดยนายสุรศักดิ์ระบุว่า โครงการนี้ได้มีการเรียนรู้บทเรียนจากอดีตตั้งแต่สมัยรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งดำเนินโครงการมาหลายเฟส และปัจจุบันมีผู้ประกอบการรวมถึงนักท่องเที่ยวที่ถูกขึ้นแบล็กลิสต์สะสมประมาณ 1,000 รายแล้ว ขณะที่โครงการล่าสุดพบผู้กระทำผิดเพียง 4 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
การนำระบบ Flat Rate และเงื่อนไขการแจ้งราคามาใช้ในโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการอุดช่องโหว่เชิงโครงสร้างราคา (Pricing loophole) ที่มักเกิดขึ้นในนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายลักษณะ Co-payment โดยการกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารยืนยันราคาช่วงโลว์ซีซั่นและไฮซีซั่นล่วงหน้า พร้อมทั้งมีบทลงโทษที่เด็ดขาดและการบูรณาการร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว น่าจะช่วยลดแรงจูงใจในการฉวยโอกาสขึ้นราคาระยะสั้นของผู้ประกอบการบางรายได้
สำหรับมาตรการป้องกันการทุจริตและควบคุมราคาที่พักนั้น ผู้ประกอบการที่พักจะต้องนำเอกสารยืนยันราคามาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการล่วงหน้า เนื่องจากราคาห้องพักในช่วงเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นจะต้องไม่แตกต่างไปจากราคาของปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ หากพบการร้องเรียนเรื่องการขึ้นราคา ทางกระทรวงจะมีตำรวจท่องเที่ยวเข้าไปดำเนินการตรวจสอบทันที ประกอบกับการออกแบบโครงการในรูปแบบ Flat Rate ที่ทางกระทรวงการคลังเชื่อว่าจะทำให้การฉวยโอกาสขึ้นราคาไม่มีความคุ้มค่าสำหรับผู้ประกอบการอีกด้วย
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น