นายกฯ สั่งคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามตั้งกลางเมือง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมด่วน สั่งวางมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ทั้งหมดภายใน 1 เดือน พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามตั้งใจกลางเมืองเพื่อความปลอดภัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกรัฐมนตรีสั่งคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ทุกแห่งต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำภายใน 1 เดือน
- กำหนดเงื่อนไขเด็ดขาดให้ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ต้องไม่อยู่ใจกลางเมืองเพื่อความปลอดภัย
- ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ ที่ได้รับอนุมัติจากบีโอไอมีเพียง 3 แห่งเท่านั้น
เมื่อเวลา 16.05 น. ของวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจที่รัฐสภา หลังเดินทางไปขอบคุณที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเดินทางกลับมาด้วยกัน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะทักทายสื่อมวลชนที่มารายงานข่าวบริเวณดังกล่าว
ก่อนหน้าที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล บรรดาผู้บริหารระดับสูงและรัฐมนตรีหลายท่านได้เดินทางมารอเตรียมหารืออยู่ก่อนแล้ว นำโดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
"เป็นการรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบว่า วันนี้มีการบูรณาการข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ โดยวันนี้ได้มอบโจทย์ให้กับคณะอนุกรรมการทุกคณะไปตั้งมาตรฐานขั้นต่ำ ทุกอันจะต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำ ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม"
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
ต่อมาในเวลา 16.40 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงรายละเอียดการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ทางรัฐบาลได้สั่งการให้คณะอนุกรรมการทุกชุดเร่งจัดทำมาตรฐานขั้นต่ำให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ครอบคลุมทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการประเมินความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ รวมถึงการนำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแบบประมวลหลักการปฏิบัติ หรือ Code of Practice มาบังคับใช้ด้วย
การที่รัฐบาลเร่งจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เข้ามาหนุนเศรษฐกิจคลาวด์และ AI ในภูมิภาคอาเซียน แต่ในขณะเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ก็ใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมหาศาล การกำหนดเกณฑ์เรื่องทำเลที่ตั้งนอกเขตเมืองและการใช้พลังงานสะอาดจึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเทคโนโลยีกับความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน นายเอกนิติเปิดเผยว่า ทางกระทรวงพลังงานได้เข้ามาดูแลเรื่องอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องจ่ายในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อนำรายได้ส่วนต่างนี้มาช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบังคับให้ผู้ลงทุนต้องใช้พลังงานสะอาดในการดำเนินกิจการอีกด้วย
ประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือเรื่องของทำเลที่ตั้ง โดยรัฐบาลกำหนดให้ศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดจะต้องไม่อยู่ในพื้นที่ใจกลางเมือง และต้องผ่านการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้ช่องโหว่ต่างๆ เข้ามาดำเนินการในหลายจุด โดยข้อมูลระบุว่าปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ มีอยู่เพียง 3 แห่งเท่านั้น
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น