Trezor เผยแฮกเกอร์โจมตีอีเมลลูกค้า หลังพบบริษัทคู่ค้าถูกเจาะข้อมูล
Trezor ยืนยันข้อมูลอีเมลลูกค้ากว่า 347,000 รายรั่วไหล หลัง Brevo บริษัทการตลาดถูกไซเบอร์แอตแทก ส่งอีเมลปลอมหลอกเอาพาสเวิร์ดกระเป๋าคริปโต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Trezor เตือนลูกค้าถูกเจาะข้อมูลอีเมลเป็นครั้งที่สองในรอบสองเดือน
- แฮกเกอร์ใช้ระบบของ Brevo ส่งอีเมลฟิชชิ่งราว 347,000 ฉบับไปยังลูกค้า
- อีเมลปลอมแนบลิงก์ดาวน์โหลดแอปหลอกขอรหัสผ่านสำรองกระเป๋าเงินคริปโต
- เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันจากกรณี ShipMonk ทำข้อมูลลูกค้าหลุด 81,000 ราย
Trezor ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์กระเป๋าเงินดิจิทัลชื่อดัง ออกโรงแจ้งเตือนผู้ใช้งานอีกครั้งหลังพบว่าข้อมูลอีเมลของลูกค้าถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านบริษัทคู่ค้าภายนอกที่ทางแบรนด์ใช้งานในการจัดส่งจดหมายข่าว
รายงานจาก ZDNet และ TechCrunch ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้พุ่งเป้าไปยัง Brevo ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีการตลาดที่ Trezor ใช้สำหรับส่งจดหมายข่าวถึงลูกค้า ส่งผลให้ผู้ไม่หวังสามารถกระจายอีเมลหลอกลวงหรือฟิชชิ่งไปยังเจ้าของกระเป๋าคริปโตมากกว่า 347,000 ราย โดยแอบอ้างว่าส่งมาจากทีมงาน Trezor โดยตรง
รูปแบบการโจมตีในอีเมลปลอมเหล่านี้จะมีการใช้หัวข้อข้อความที่สร้างความตื่นตระหนก เช่น "Critical Security Alert: STM32 Entropy Vulnerability" เพื่อจูงใจให้ผู้รับคลิกลิงก์ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอม ซึ่งจะทำหน้าที่ขอรหัสผ่านสำรองสำหรับกู้คืนกระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้ใช้งาน
หากแฮกเกอร์สามารถขโมยรหัสผ่านดังกล่าวไปได้ จะมีความสามารถในการโอนย้ายทรัพย์สินคริปโตเคอร์เรนซีของผู้เสียหายออกจากบล็อกเชนสาธารณะได้อย่างถาวรโดยไม่มีทางกู้คืน ทาง Trezor ยืนยันว่าระบบบัญชี ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ และกระเป๋าเงินทั้งหมดของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการถูกเจาะระบบในครั้งนี้โดยตรง
"Critical Security Alert: STM32 Entropy Vulnerability"
หัวข้ออีเมลฟิชชิ่งที่แฮกเกอร์ใช้ส่งหาลูกค้า Trezor

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นกรณีข้อมูลรั่วไหลครั้งที่สองที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทในรอบไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในเดือนสิงหาคม ทางบริษัทเพิ่งแจ้งเตือนกรณี ShipMonk ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าด้านการจัดส่งสินค้าถูกเจาะระบบ ทำให้ข้อมูลส่วนตัวทั้งชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และที่อยู่จัดส่งของลูกค้าอย่างน้อย 81,000 รายรั่วไหลออกไป
ความเสี่ยงจากข้อมูลที่รั่วไหลเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการโจมตีทางดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงให้เจ้าของคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญกับการใช้ความรุนแรงในชีวิตจริง หรือที่เรียกว่า "wrench" attacks ซึ่งคนร้ายใช้กำลังบังคับเพื่อรีดรหัสผ่านกระเป๋าเงินจากเหยื่อโดยตรง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเหยื่อบางรายได้รับจดหมายทางไปรษณีย์พร้อมคิวอาร์โค้ดเพื่อหลอกให้สแกนหน้าเว็บไซต์ปลอมด้วย
เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นจุดอ่อนด้านความปลอดภัยเชิงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Attack) ที่องค์กรยุคใหม่มักใช้งานบริการคลาวด์หรือซอฟต์แวร์จากบริษัทภายนอก แม้ระบบหลักของบริษัทจะป้องกันอย่างแน่นหนา แต่ข้อมูลที่ส่งต่อผ่านผู้ให้บริการมาร์เก็ตติ้งหรือขนส่งก็ยังคงเป็นเป้าหมายอ่อนแอที่แฮกเกอร์มักใช้เป็นช่องทางเข้าถึงฐานข้อมูลลูกค้าในวงกว้าง
ทางด้าน Trezor ระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการประเมินความสัมพันธ์กับบรรดาคู่ค้าทางธุรกิจทั้งหมดใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งออกโรงเตือนผู้ใช้งานให้ระมัดระวัง เนื่องจากที่อยู่อีเมลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในการโจมตีด้วยวิธีฟิชชิ่งซ้ำอีกในอนาคต
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น