Middle East Travel Recovery 2026: การฟื้นตัวสะดุดจากคำเตือน
ดัชนีสุขภาพการท่องเที่ยว Skift เผยตะวันออกกลางและแอฟริการ่วงจาก 100 ในเดือนมิถุนายน สู่ 94 ในเดือนกรกฎาคม 2026 หลังเผชิญคำเตือนการเดินทางและระงับเที่ยวบิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ดัชนีสุขภาพการท่องเที่ยวของ Skift ในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริการ่วงลงจาก 100 ในเดือนมิถุนายน สู่ 94 ในเดือนกรกฎาคม 2026
- โรงแรมในสหรัฐ Arab Emirates (UAE) เผชิญอัตราการเข้าพักที่ลดลงเหลือเพียง 53% ในเดือนกรกฎาคม ลดลงถึง 17 จุดจากปีก่อนหน้า
- ภาคธุรกิจที่พักระยะสั้น (Vacation rentals) เป็นเพียงภาคส่วนเดียวที่เติบโตเหนือเกณฑ์มาตรฐาน โดยเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงหลักคือโรงแรมอาจสูญเสียอำนาจในการกำหนดราคา หากไม่สามารถฟื้นฟูอัตราค่าห้องพักได้ทัน
การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันอีกครั้ง หลังจากความกังวลด้านความปลอดภัยที่ปะทุขึ้นใหม่ส่งผลให้มีการประกาศเตือนการเดินทางและระงับเที่ยวบิน ส่งผลให้ความมั่นใจของนักเดินทางลดลงอย่างรวดเร็ว และทำให้ความตั้งใจเดินทางไม่สามารถเปลี่ยนเป็นการจองจริงได้ตามที่คาดการณ์ไว้
รายงานจาก Skift Travel Health Index ระบุว่า ภาพรวมดัชนีทั่วโลกทรงตัวอยู่ที่ 99 ในเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทว่าภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาคาดว่าเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยดัชนีร่วงลงอย่างกะทันหันจากระดับฟื้นตัวเต็มที่ที่ 100 ในเดือนมิถุนายน ลงมาอยู่ที่ 94 ในเดือนกรกฎาคม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ปัจจัยลบดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ประกอบกับการที่หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กลับมาประกาศคำเตือนการเดินทางอีกครั้ง รวมถึงมาตรการระงับเที่ยวบินที่เข้ามาซ้ำเติมตลาดที่เปราะบางอยู่แล้ว
ในขณะที่ภาคธุรกิจโรงแรมและที่พักแบบดั้งเดิมได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่อัตราการเข้าพักดิ่งลงเหลือ 53% (ลดลง 17 จุดปีต่อปี) และราคาห้องพักที่ยังคงต่ำกว่าปีก่อนหน้า ส่งผลให้ตัวเลขรายได้ต่อห้องพักรวม (RevPAR) ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในทางกลับกัน ธุรกิจที่พักระยะสั้น (Vacation rentals) กลับเป็นเซกเตอร์เดียวในภูมิภาคที่ทำผลงานได้เหนือเกณฑ์มาตรฐาน โดยพุ่งขึ้น 14% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2025
การที่ธุรกิจที่พักระยะสั้นเติบโตสวนทางกับโรงแรมทั่วไปสะท้อนถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ในยามที่สถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูงและมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ นักท่องเที่ยวมักมองหาความยืดหยุ่นในการจองและการเข้าพักที่ให้ความรู้สึกส่วนตัวมากกว่า ขณะเดียวกัน โรงแรมขนาดใหญ่ต้องเผชิญกับโจทย์ยากในการพยุงราคาห้องพักไม่ให้ไหลลงต่ำจนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ (Rate anchoring) ซึ่งจะทำให้การดึงราคากลับสู่ภาวะปกติทำได้ยากยิ่งขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม สัญญาณการจองล่วงหน้าที่สั้นลงบ่งชี้ว่านักท่องเที่ยวในปัจจุบันเลือกที่จะจองที่พักกระชั้นชิดวันเดินทางมากขึ้น เพื่อความคล่องตัวในการปรับแผนหากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลง ซึ่งสร้างความท้าทายเพิ่มเติมให้กับผู้ประกอบการในการบริหารจัดการรายได้และการคาดการณ์อัตราการเข้าพักล่วงหน้า
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น