ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กฎหมายการุณยฆาตทั่วโลก: เจาะลึกความต่างในแต่ละประเทศ

ประชากรราว 400 ล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศที่กฎหมายการุณยฆาตถูกกฎหมายแล้ว โดยแต่ละพื้นที่มีเงื่อนไขและข้อจำกัดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
12 Sep 2026ที่มา: BBC Health3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กฎหมายการุณยฆาตทั่วโลก: เจาะลึกความต่างในแต่ละประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ประชากรราว 400 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่การุณยฆาตถูกกฎหมาย
  • แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน และออสเตรียออกกฎหมายนี้ตั้งแต่ปี 2015
  • รัฐโอเรกอนของสหรัฐฯ ใช้เวลาเกือบ 30 ปีในการเป็นต้นแบบกฎหมาย
  • ฝรั่งเศสเพิ่งผ่านกฎหมายช่วยเหลือการตายสำหรับผู้ป่วยปวดเรื้อรังเมื่อเดือนก่อน

ประเด็นการุณยฆาตหรือการช่วยเหลือให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างสงบกลับมาเป็นที่ถกเถียงและมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละมุมโลก โดยในปัจจุบันมีประชากรประมาณ 400 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในประเทศซึ่งอนุญาตให้การกระทำดังกล่าวถูกกฎหมาย ประเทศอย่างแคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน และออสเตรีย ต่างทยอยออกกฎหมายรองรับนับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สมาชิกรัฐสภาสหราชอาณาจักรลงมติในเรื่องนี้เป็นครั้งล่าสุด โดยบางแห่งยังขยายขอบเขตไปถึงผู้ป่วยที่ไม่ได้อยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิตด้วย

ในสหรัฐอเมริกา กฎหมายอนุญาตให้มีการช่วยเสียชีวิตใน 30 รัฐจากทั้งหมด 50 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยรัฐโอเรกอนถือเป็นหนึ่งในแห่งแรกของโลกที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 1997 และกลายเป็นต้นแบบให้รัฐอื่นๆ นำไปปรับใช้ ในโอเรกอน กฎหมายจำกัดเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนและป่วยระยะสุดท้ายที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน โดยต้องได้รับการอนุมัติจากแพทย์สองราย ตั้งแต่ปี 1997 มีผู้ได้รับใบสั่งยาสำหรับยาอันตรายถึงชีวิตจำนวน 5,520 คน และมีผู้เสียชีวิตจริง 3,691 ราย

medical research documents hospital desk

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

61%ผู้ป่วยมะเร็งที่ขอรับความช่วยเหลือ
14%ผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท
11%ผู้ป่วยโรคหัวใจ

รายงานจากปี 2025 ระบุว่า 61% ของผู้ป่วยที่ขอรับความช่วยเหลือในการเสียชีวิตคือผู้ป่วยโรคมะเร็ง 14% เป็นโรคทางระบบประสาทอย่างโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และ 11% เป็นโรคหัวใจ จากจำนวน 400 คนที่ใช้ยาอันตรายถึงชีวิตในปีที่ผ่านมา 89% ระบุว่าการสูญเสียความสามารถในการพึ่งตนเองคือความกังวลหลัก รองลงมาคือความกังวลเรื่องการเป็นภาระต่อคนรอบข้างถึง 43% ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 3 ที่ได้รับใบสั่งยาในลักษณะนี้ตัดสินใจไม่ดำเนินการต่อในท้ายที่สุด

"Roughly one in every 20 deaths in Canada are now medically assisted, compared to about one in 100 in Oregon."

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

BBC Health Report

ในฝั่งยุโรป มี 6 ประเทศที่อนุญาตให้มีการุณยฆาตในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก สเปน ออสเตรีย และฝรั่งเศส ซึ่งแตกต่างจากข้อเสนอในอังกฤษและเวลส์ตรงที่ไม่ได้จำกัดแค่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายเท่านั้น สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศแรกในโลกที่สร้างสิทธิในการตายตั้งแต่ปี 1942 ผ่านองค์กรอย่าง Dignitas ในซูริก ซึ่งเปิดรับชาวต่างชาติด้วย โดยมีชาวอังกฤษมากกว่า 600 คนเดินทางไปเสียชีวิตที่นี่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

การทำความเข้าใจกฎหมายการุณยฆาตในระดับสากลต้องอาศัยการมองภาพเปรียบเทียบระหว่างโมเดลแบบจำกัดระยะเวลาชีวิต (เช่น รัฐโอเรกอน) กับโมเดลที่ขยายขอบเขตสู่ความทุกข์ทรมานเรื้อรัง (เช่น แคนาดาและเนเธอร์แลนด์) ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่แตกต่างกันอย่างลึกซึ้งด้านจริยธรรม สิทธิมนุษยชน และภาระของระบบสาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วยปลายทาง

สำหรับในสหราชอาณาจักร รัฐสภาปฏิเสธข้อเสนอนี้มาโดยตลอด แต่ในเจอร์ซีย์ซึ่งเป็นเกาะนอกชายฝั่งได้ผ่านร่างกฎหมายไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยรัฐบาลท้องถิ่นระบุว่าต้องใช้เวลาประมาณ 18 เดือนในการจัดตั้งระบบ และการช่วยเหลือให้เสียชีวิตครั้งแรกอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายปีหน้า พร้อมกำหนดเงื่อนไขการพำนัก 1 ปีเพื่อป้องกันปัญหาการท่องเที่ยวเพื่อความตาย ขณะที่แคนาดาถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มคัดค้านว่าเป็นตัวอย่างของการขยายขอบเขตกฎหมายจนกว้างเกินไป

ที่มา: BBC Health

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้