อนุทินแย้มโอกาสพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลหลังโหวตงบ 670
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุการเมืองไม่มีคำว่าปิดประตูรับพรรคกล้าธรรมหลังช่วยโหวตหนุน พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เผยการเมืองเปิดกว้างทุกโอกาสสำหรับพรรคกล้าธรรม
- สส.พรรคกล้าธรรม 56 เสียงลงมติหนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท
- วุฒิสภาลงมติเห็นชอบร่างงบประมาณ 145 เสียงผ่านฉลุยในเวลาอันรวดเร็ว
การเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ ณ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ถึงท่าทีต่อพรรคกล้าธรรม (กธ.) หลังจากที่ สส. ของพรรคดังกล่าวร่วมลงมติสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จนกลายเป็นกระแสวิเคราะห์ถึงทิศทางการเมืองในอนาคตและการเติบโตของเสถียรภาพรัฐบาลชุดปัจจุบัน
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม แต่ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์ที่ยาวนานหลายสิบปีในฐานะคนรุ่นเดียวกัน เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงความเป็นไปได้ในการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลในช่วงเวลา 4 ปีนี้ นายอนุทินกล่าวอย่างชัดเจนว่าการเมืองไม่มีคำว่าไม่มีโอกาส และทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกรรมในประเทศไทย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับรายละเอียดผลการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 338 ต่อ 144 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาท โดยเสียงสนับสนุนหลักมาจากพรรคร่วมรัฐบาล นำโดยพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ รวมถึงเสียงสนับสนุนสำคัญจาก สส. พรรคกล้าธรรมจำนวน 56 เสียง แม้จะมีสถานะเป็นฝ่ายค้านก็ตาม
ทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ชี้แจงว่าการลงมติดังกล่าวเป็นไปตามมติและแนวทางของพรรคที่ยึดหลักเหตุผลและความรับผิดชอบร่วมกัน ขณะที่ขั้นตอนในฝั่งของวุฒิสภาภายใต้การดำเนินงานของ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ได้ดำเนินการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวจนเสร็จสิ้น และมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 145 เสียง ไม่เห็นชอบ 5 เสียง และงดออกเสียง 12 เสียง จากสมาชิกที่ลงชื่ออภิปรายทั้งหมด 30 คน
"กี่ 10 ปีแล้วล่ะ ถ้าเทียบรุ่นก็รุ่นเดียวกัน"
อนุทิน ชาญวีรกูล
ในอีกด้านหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ได้กล่าวถึงกรณีการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 14 กันยายนนี้ เกี่ยวกับการลงมติคดีฮั้ว สว. โดยเตือนว่าหาก กกต. มีการปฏิบัติหน้าที่โดยเลือกปฏิบัติหรือใช้มาตรฐานที่แตกต่างจากบรรทัดฐานเดิมที่เคยเสนอต่อศาลฎีกา พรรคประชาธิปัตย์จะร่วมสนับสนุนให้ผู้เสียหายไปยื่นฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายอาญามาตรา 157 ที่ศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป
การที่พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคกล้าธรรมหันมาโหวตหนุนงบประมาณแผ่นดินสะท้อนถึงพลวัตทางการเมืองที่ยืดหยุ่นและการเจรจาเบื้องหลังที่อาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในอนาคต ขณะที่ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ต่อองค์กรอิสระก็เป็นอีกหนึ่งจุดชนวนสำคัญที่ต้องจับตาในกระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสตามกฎหมายไทย
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น