ร.ท.ธนเดช แจงปมไม่โหวตงบ 69 ยันกดไม่เห็นด้วยแต่ระบบพลาด
ร.ท.ธนเดช เพ็งสุข ส.ส.พรรคประชาชน แจ้งเหตุผลกรณีชื่อไม่ปรากฏผลลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ยืนยันทำหน้าที่ค้านทุกมาตราและไม่ย้ายขั้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ร.ท.ธนเดช แจงปมชื่อไม่ปรากฏในผลลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ยันกดไม่เห็นด้วย
- คาดระบบบันทึกคะแนนขัดข้อง แจ้งเรื่องต่อพรรคประชาชนเรียบร้อยแล้ว
- ปฏิเสธข่าวลือหนุนรัฐบาลในชั้นอนุกรรมาธิการ พร้อมเปิดบันทึกประชุมตรวจสอบ
- ลั่นยึดมั่นอุดมการณ์เดิมและเกียรติยศ พร้อมคืนตำแหน่งหากไม่สามารถทำหน้าที่ได้
ร.ท.ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคประชาชน ออกมาแถลงชี้แจงกรณีที่มีรายชื่อปรากฏในกลุ่มที่ไม่ลงคะแนนเสียงในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยยืนยันว่าตนได้ทำการกดปุ่มแสดงตนและลงมติไม่เห็นด้วยในห้องประชุมสภาอย่างชัดเจน แต่ระบบบันทึกผลการลงคะแนนกลับไม่แสดงผลคะแนนดังกล่าวให้ ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของระบบสภา และได้รายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ทางพรรคประชาชนรับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ส.ส.พรรคประชาชนรายนี้ระบุเพิ่มเติมว่า ตลอดกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวาระที่ 2 ทุกมาตราที่ผ่านมา ตนได้ทำหน้าที่ตรวจสอบและลงมติไม่เห็นด้วยมาโดยตลอด จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะเปลี่ยนจุดยืนหรือละเว้นการลงมติในวาระสำคัญดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังได้ปฏิเสธกระแสข่าวลือที่ระบุว่าตนเคยลงมติสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลในการพิจารณางบประมาณระดับอนุกรรมาธิการ โดยยืนยันว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริงและยินดีเปิดเผยบันทึกการประชุมทั้งหมดเพื่อให้สาธารณชนและผู้ที่สนใจร่วมตรวจสอบความโปร่งใสได้ทันที
เหตุการณ์ความผิดพลาดของระบบลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎรไทยมักเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคะแนนเสียงในวาระสำคัญทางการเมืองสะท้อนถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและจุดยืนของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะในพรรคการเมืองขนาดใหญ่อย่างพรรคประชาชน (อดีตพรรคก้าวไกล) ที่ความเหนียวแน่นของ ส.ส. ในการลงมติถือเป็นเครื่องมือตรวจสอบฝ่ายบริหารที่สำคัญ การที่ ส.ส. ออกมาแสดงความโปร่งใสและชี้แจงทันทีช่วยลดความเคลือบแคลงใจของประชาชนต่อกระบวนการนิติบัญญัติ
นอกจากนี้ ร.ท.ธนเดช ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการย้ายพรรคหรือการต่อรองทางการเมือง โดยยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีการย้ายพรรคหรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนทางการเมืองอย่างแน่นอน และไม่มีการต่อรองผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นในการทำงานการเมืองครั้งนี้
"ผมได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ภายใต้พรรคและอุดมการณ์ที่ผมเลือก จึงให้คุณค่ากับความไว้วางใจมากกว่าตำแหน่งทางการเมือง หากวันหนึ่งไม่สามารถยืนอยู่บนอุดมการณ์ที่ประชาชนเลือกเข้ามาได้ ผมเลือกคืนตำแหน่งให้ประชาชน ดีกว่านำความไว้วางใจที่ได้รับไปแลกกับการย้ายขั้วทางการเมือง สำหรับผม เรื่องนี้คือเรื่องของเกียรติ ศักดิ์ศรี และความรับผิดชอบต่อประชาชน และผมจะรักษามันไว้"
ร.ท.ธนเดช เพ็งสุข
ร.ท.ธนเดช กล่าวทิ้งท้ายย้ำถึงจุดยืนทางการเมืองของตนเองว่า เกียรติและศักดิ์ศรีรวมถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนผู้ลงคะแนนให้มาทำหน้าที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือกว่าเก้าอี้ ส.ส. หากวันใดที่ไม่สามารถรักษาอุดมการณ์เดิมไว้ได้ ตนพร้อมที่จะคืนตำแหน่งให้แก่ประชาชน ดีกว่านำความไว้วางใจไปแลกกับการย้ายขั้วทางการเมือง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น