กกต. คุมเข้ม 14 ก.ย. ตัดสินคดีฮั้ว สว. ระดมตำรวจ 1 กองร้อย
กกต. เตรียมตัดสินคดีฮั้ว สว. 229 ราย ในวันที่ 14 ก.ย. นี้ พร้อมระดมตำรวจ 1 กองร้อยดูแลความปลอดภัย และเตรียมแถลงผลช่วงเย็น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กกต. นัดชี้ชะตาคดีฮั้วเลือก สว. จำนวน 229 คน ในวันที่ 14 กันยายนนี้
- ระดมกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน 1 กองร้อยดูแลความปลอดภัยรอบสำนักงาน
- คาดการแถลงผลช่วงเย็นจะไม่เปิดเผยรายชื่อและคะแนนเสียงรายบุคคล
- ขั้นตอนจัดทำคำวินิจฉัยและคำร้องส่งศาลฎีกากำหนดกรอบเวลาไว้ 60 วัน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมจัดการประชุมนัดสำคัญเพื่อพิจารณาและชี้ขาดคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้รวมทั้งสิ้น 229 คน โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวประกอบด้วย สว. ชุดปัจจุบันจำนวน 138 คน รัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยจำนวน 21 คน เครือข่ายพรรคภูมิใจไทยอีก 20 คน รวมถึง สว. สำรองและผู้สมัคร สว. อีก 50 คน ซึ่งทุกฝ่ายต่างจับตาดำเนินการของ กกต. ในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
หลังจากที่ประชุม กกต. มีมติออกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นหน้าที่ของสำนักงาน กกต. ในการรวบรวมความเห็นของกรรมการแต่ละท่าน ไม่ว่าจะเป็นเสียงข้างมากหรือมติเอกฉันท์ เพื่อจัดทำเป็นคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ โดยตามกรอบกฎหมายกำหนดให้สำนักงานต้องดำเนินการจัดทำคำวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 60 วัน และหากมติออกมาให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ก็จะต้องใช้เวลาในการจัดทำคำร้องภายใน 60 วันเช่นเดียวกัน
ในส่วนของการเผยแพร่ผลการประชุม ทางสำนักงาน กกต. ได้เตรียมแผนงานสำหรับการแถลงข่าวในช่วยเย็นของวันเดียวกัน โดยได้เปิดให้สื่อมวลชนลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงที่การแถลงข่าวจะจำกัดการนำเสนอข้อมูล โดยจะไม่มีการเปิดเผยคะแนนเสียงของ กกต. ว่ามีมติเท่าใด ใครคือเสียงข้างมากหรือข้างน้อย และจะไม่มีการระบุรายชื่อของผู้ถูกกล่าวหาในกรณีที่ส่งศาลฎีกา แต่จะบอกเพียงยอดรวมจำนวนคนเท่านั้น โดยขอให้ทุกฝ่ายรอความชัดเจนจากตัวคำวินิจฉัยและคำสั่งรับฟ้องของศาลฎีกาต่อไป
การกำหนดกรอบเวลา 60 วันตามกฎหมายสำหรับการร่างคำวินิจฉัยของ กกต. และการยศคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สะท้อนถึงกระบวนการทางกฎหมายที่มีความรัดกุม แต่ในขณะเดียวกัน การที่สำนักงาน กกต. เลือกเปิดเผยเฉพาะตัวเลขสรุปยอดผู้ถูกกล่าวหาโดยไม่เปิดเผยรายชื่อหรือผลคะแนนรายบุคคลในการแถลงข่าวเบื้องต้น ถือเป็นการบริหารจัดการเพื่อลดความขัดแย้งทางสังคมและป้องกันการเผชิญหน้าระหว่างรอคำวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์จากศาลฎีกา
ทางด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ทางสำนักงาน กกต. ได้ประเมินสถานการณ์ว่าอาจมีกลุ่มมวลชนเดินทางมาเกาะติดสถานการณ์และจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์บริเวณสถานที่ทำการตั้งแต่ช่วงเช้า จึงได้ประสานงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมความสงบเรียบร้อยจำนวน 1 กองร้อย พร้อมทั้งมีการจัดพื้นที่เฉพาะภายนอกสำนักงานให้กับสื่อมวลชนและประชาชน จนกระทั่งถึงช่วงเวลาใกล้แถลงข่าวจึงจะอนุญาตให้เฉพาะสื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ด้านในได้
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น