ข้ามไปเนื้อหาหลัก

วงเสวนาชี้ 14 ก.ย. เดิมพันอนาคตปชต. ธงทองปลุกกกต. ใช้มาตรฐานวิญญูชน

ศ.พิเศษธงทอง - ศ.ดร.สิริพรรณ และ รศ.ดร.ประจักษ์ ชี้วันที่ 14 ก.ย.นี้ คือเดิมพันอนาคตประชาธิปไตยไทย พร้อมจี้ กกต. ใช้มาตรฐานวิญญูชนตัดสินคดีฮั้ว ส.ว.

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
12 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
วงเสวนาชี้ 14 ก.ย. เดิมพันอนาคตปชต. ธงทองปลุกกกต. ใช้มาตรฐานวิญญูชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ศ.พิเศษธงทองชี้ปัญหาองค์กรอิสระโยง ส.ว. เปรียบสถานการณ์หนีเสือปะจระเข้
  • ศ.ดร.สิริพรรณเผย กกต. 2560 โอนอำนาจให้มหาดไทย กลายเป็นรวมพลังจระเสือ
  • รศ.ดร.ประจักษ์มองวันที่ 14 ก.ย. เป็นเดิมพันชี้วัดอนาคตประชาธิปไตยไทย

ในงานเสวนาทางการเมืองที่ผ่านมา ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ ได้กล่าวถึงที่มาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมทำคลอด กกต. สมัยร่วมร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 พร้อมเปรียบเปรยสถานการณ์การเลือกตั้งในอดีตที่อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทยเปรียบเสมือนเสือตัวเก่า และแม้จะมีความพยายามสร้างองค์กรอิสระให้เป็นกลาง แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่วางไว้แต่แรก

ศ.พิเศษธงทอง ยังได้วิเคราะห์สถานการณ์ขององค์กรอิสระในปัจจุบันว่ามีความเชื่อมโยงกับวุฒิสภา (ส.ว.) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหาก ส.ว. ไม่สามารถรักษาความเที่ยงธรรมไว้ได้ องค์กรอิสระอื่นย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย พร้อมระบุว่าในมุมมองส่วนตัว ศาลยุติธรรมซึ่งไม่มีที่มาเกี่ยวข้องกับ ส.ว. กลับสามารถแสดงบทบาทและเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนได้มากที่สุดในขณะนี้

Thailand government building exterior architecture

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ด้าน ศ.ดร.สิริพรรณ นึ่งสม사 ได้กล่าวเสริมในประเด็นเดียวกันว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ให้กำเนิด กกต. เสมือนถูกทำแท้งไปโดยรัฐธรรมนูญปี 2560 เนื่องจากที่มาของ กกต. และ ส.ว. ในปัจจุบันขาดความยึดโยงกับประชาชน โดยเฉพาะกระบวนการเลือก ส.ว. กันเองที่มีข้อครหาเรื่องความโปร่งใส และการที่ กกต. อ้างกำลังพลไม่พอจนต้องโอนอำนาจรับสมัครขั้นตอนแรกให้มหาดไทยนั้น เปรียบเสมือนการรวมตัวกันระหว่างเสือและจระเข้จนกลายเป็น จระเสือ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การเปรียบเทียบกระบวนการได้มาซึ่งองค์กรอิสสะและ ส.ว. กับสำนวน หนีเสือปะจระเข้ สะท้อนให้เห็นโครงสร้างอำนาจตามรัฐธรรมนูญไทยที่นักวิชาการมองว่ายังไม่สามารถสร้างกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระอย่างแท้จริงได้ ซึ่งประเด็นนี้กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับกระบวนการประชาธิปไตย

ศ.ดร.สิริพรรณ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ กกต. เตรียมพิจารณาส่งฟ้องคดีฮั้ว ส.ว. ในวันที่ 14 กันยายนนี้ว่า สังคมไม่ได้คาดหวังให้ กกต. เป็นผู้ชี้ขาดความผิดสูงสุด แต่อยากเห็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดประตูให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงข้อสงสัยเรื่องผู้บงการเบื้องหลัง และบังคับใช้กฎหมายด้วยความเสมอภาค ชัดเจน และมีเหตุมีผล

"นี่เป็นความหละหลวมของ กกต. ที่ไม่มีระเบียบ เป็นแนวทางเดียวกัน ในการกำหนดคุณสมบัติ เสื้อของผู้สมัครตั้งแต่เริ่ม หรืออาจใช้คำว่าปล่อยให้มีช่องโหว่ทางกฎหมาย ปล่อยให้กลุ่มเครือข่ายทางการเมืองสามารถระดมหรือชักชวน ผู้สมัครจำนวนมาก กลายมาเป็นผู้สมัครพลีชีพ"

ศ.ดร.สิริพรรณ นึ่งสม사

ขณะที่ รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ มองว่าวันที่ 14 กันยายนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเดิมพันของ ส.ว. หรือ กกต. เท่านั้น แต่คือเดิมพันอนาคตของประชาธิปไตยไทยว่าจะเสื่อมทรุดลงหรือยังพอฟื้นฟูได้ เนื่องจากเสาหลักทั้งการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์เที่ยงธรรม การตรวจสอบถ่วงดุล และหลักนิติรัฐกำลังอ่อนแอลงทุกด้าน ท่ามกลางข้อกังขาจากการเลือกตั้งและการดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างในปัจจุบัน

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้