ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ศุภชัย โต้ อภิสิทธิ์ ยัน กกต. มีอำนาจวินิจฉัยคดีฮั้ว สว.

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โต้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันที่ 12 ก.ย. 2569 ยัน กกต. ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
12 Sep 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ศุภชัย โต้ อภิสิทธิ์ ยัน กกต. มีอำนาจวินิจฉัยคดีฮั้ว สว.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายศุภชัย ใจสมุทร โต้ความเห็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
  • ยัน กกต. มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 ในการวินิจฉัยและยกคำร้องได้
  • ระบุ กกต. ไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องให้ศาลทุกกรณีตามที่ถูกเรียกร้อง
  • ยืนยันพรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายปกป้องผู้กระทำความผิด

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2569 เวลา 14.55 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมากดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รีบส่งเรื่องคดีฮั้วเลือก สว. ไปยังศาลภายในวันที่ 14 ก.ย. นี้ โดยระบุว่า กกต. ไม่ควรใช้ดุลยพินิจในการยับยั้ง

นายศุภชัยระบุว่า มุมมองของนายอภิสิทธิ์ที่มองว่าหากมีเหตุอันควรสงสัยแล้วต้องส่งศาลทันทีนั้น เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ขณะเดียวกันได้มีการหยิบยกอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 226 มาอธิบายเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากหน้าที่ในการส่งเรื่องต่อศาลแล้ว กกต. ยังมีอำนาจเต็มในการวินิจฉัยเพื่อยกคำร้องได้หากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

"กกต. ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ ชี้มีหน้าที่วินิจฉัย ไม่จำเป็นต้องส่งศาลทุกเรื่อง"

นายศุภชัย ใจสมุทร

Thailand government building

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

บทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มักเป็นประเด็นข้อถกเถียงในทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องเส้นแบ่งระหว่างการทำหน้าที่รวบรวมหลักฐานส่งศาลฎีกาหรือศาลรัฐธรรมนูญ กับการใช้ดุลยพินิจยุติเรื่องด้วยตนเอง ซึ่งกลไกนี้ออกแบบมาเพื่อให้องค์กรอิสระสามารถคัดกรองคำร้องที่ไม่มูลความจริงได้ ก่อนที่จะส่งภาระคดีไปยังกระบวนการพิจารณาของศาล

นอกจากประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวแล้ว นายศุภชัยยังได้กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้ายถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน โดยยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าทางพรรคไม่มีแนวทางหรือความตั้งใจที่จะปกป้องบุคคลที่กระทำความผิดอย่างแน่นอน

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้