ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Spanish Grand Prix 2026: แลนโด นอร์ริส คว้าโพลพรีเมียมที่มาดริด

แลนโด นอร์ริส นักขับจากแมคลาเรน พลิกสถานการณ์คว้าโพลโพซิชั่นในสนามมาดริด เอาชนะคิมิ อันโตเนลลี และแม็กซ์ เวอร์สแท็พเพน ในศึกสแปนิช กรังปรีซ์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
13 Sep 2026ที่มา: BBC Sport3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Spanish Grand Prix 2026: แลนโด นอร์ริส คว้าโพลพรีเมียมที่มาดริด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • แลนโด นอร์ริส ซิ่งรถแมคลาเรนคว้าโพลโพซิชั่นสุดเซอร์ไพรส์ในสนามมาดริด
  • คิมิ อันโตเนลลี จากเมอร์เซเดส และแม็กซ์ เวอร์สแท็พเพน คว้าอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ
  • ลูอิส แฮมิลตัน แผ่วปลายหล่นไปอยู่อันดับ 4 หลังทำผลงานดีในช่วงแรก
  • นักขับเจ้าถิ่นอย่าง คาร์ลอส ไซนซ์ และเฟอร์นันโด อลอนโซ ตกรอบคัดเลือกแรก

การแข่งขันฟอร์มูล่าวันสนามใหม่ล่าสุด ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน เกิดเรื่องราวน่าตื่นเต้นขึ้นในรอบควอลิฟาย เมื่อแลนโด นอร์ริส นักขับชาวอังกฤษจากทีมแมคลาเรน โชว์ฟอร์มเยี่ยมในวินาทีชี้ชะตา คว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่นมาครองได้อย่างเหนือความคาดหมาย โดยเฉือนชนะคิมิ อันโตเนลลี ดาวรุ่งจากเมอร์เซเดส และแม็กซ์ เวอร์สแท็พเพน แชมป์โลกจากเรดบูลล์ ที่ตามหลังอยู่เพียง 0.140 วินาที ในสนามแข่งแบบสตรีทเซอร์กิตที่ท้าทายนี้

ก่อนหน้านี้ ช่วงฝึกซ้อมเต็มไปด้วยความกังวลเรื่องอุบัติเหตุ เนื่องจากสนามมาดริดมีความเสี่ยงสูง มีจุดเข้าโค้งที่ยากและกำแพงชิดขอบทาง จนทำให้ทีมงานบางทีมถึงขั้นจัดแข่งทายกันเล่น ๆ ว่าจะมีธงแดงเกิดขึ้นกี่ครั้งในการควอลิฟาย แต่ทว่ารอบคัดเลือกกลับดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่มีอุบัติเหตุรุนแรงใด ๆ

Formula 1 racing car cockpit steering wheel garage

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สถานการณ์ลุ้นโพลในตอนแรกดูเหมือนจะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างอันโตเนลลีและรถเฟอร์รารี โดยมีเวอร์สแท็พเพนคอยไล่ล่า แต่ปรากฏว่ารถเฟอร์รารีกลับแผ่วลงไปอีกครั้งเมื่อถึงเวลาสำคัญ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในฤดูกาลนี้ ลูอิส แฮมิลตัน ซึ่งเคยทำเวลาดีที่สุดหลังวิ่งรอบแรกใน Q3 พยายามเร่งเครื่องในรอบสุดท้ายแต่ทำเวลาเพิ่มขึ้นได้เพียง 0.06 วินาทีเท่านั้น ส่งผลให้เขาหล่นมาอยู่อันดับที่ 4 ตามหลังท็อป 3

0.140sช่องว่างเวลาระหว่างเวอร์สแท็พเพนและนอร์ริส
0.470sเวลาที่พีอาร์สติชาตามหลังเพื่อนร่วมทีม

ในขณะเดียวกัน ด้านชาลส์ เลอแคลร์ เพื่อนร่วมทีมเฟอร์รารี จบในอันดับที่ 5 ตามหลังแฮมิลตันไปแบบเฉียดฉิวเพียง 0.006 วินาทีเท่านั้น ส่วนจอร์จ รัสเซลล์ จากเมอร์เซเดส คว้าอันดับ 6 และออสการ์ ปิอาร์สทรี จากแมคลาเรนอยู่ในอันดับที่ 7 โดยปิอาร์สทรีทำเวลาตามหลังนอร์ริสผู้เป็นเพื่อนร่วมทีมอยู่ถึง 0.470 วินาที สะท้อนถึงความแตกต่างในรอบนี้อย่างชัดเจน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

สนามแข่งรถสตรีทเซอร์กิตแห่งใหม่ในมาดริด หรือที่เรียกกันว่าสนามมาดริด ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายทางวิศวกรรมและการขับขี่ของฤดูกาล 2026 ด้วยลักษณะทางกายภาพของสนามที่เป็นถนนเมืองหลวงและมีกำแพงปิดล้อมแคบ ทำให้ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวหมายถึงอุบัติเหตุรุนแรง การที่แลนโด นอร์ริส สามารถคว้าโพลได้จากอันดับในรอบก่อนหน้าที่อยู่เพียงอันดับ 5 และ 7 จึงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรีดสมรรถนะตัวรถออกมาได้ทันเวลาสำคัญ ซึ่งต่างจากทีมเฟอร์รารีที่มักมีปัญหาในการรักษาความเร็วช่วงท้ายเรซ

"I was in the mix to fight for pole and that last lap of Q3, I just really pushed the limit, was about 0.3secs up and then lost it all towards the end of the lap with the tyres overheating, so that was quite a shame."

George Russell

จอร์จ รัสเซลล์ ยอมรับหลังจบการแข่งขันว่าเขามีโอกาสลุ้นโพลเช่นกัน แต่ในช่วงท้ายของรอบ Q3 เขาพยายามกดดันตัวเองจนขีดจำกัด ส่งผลให้ยางร้อนเกินไปและสูญเสียเวลาไปในช่วงโค้งสุดท้าย ทำให้เขาต้องพยายามทำการบ้านและทำความเข้าใจปัญหากลุ่มยางนี้ต่อไปเพื่อไม่ให้แต้มตามหลังทิ้งห่างออกไปอีก

สำหรับนักขับเจ้าถิ่นอย่าง คาร์ลอส ไซนซ์ จากทีมวิลเลียมส์ และเฟอร์นันโด อลอนโซ ไม่สามารถสร้างความสุขให้แฟน ๆ ชาวสเปนได้ โดยทั้งคู่ต้องตกรอบคัดเลือกแรกในอันดับที่ 17 และ 18 แถมสถานการณ์ของไซนซ์แย่ลงไปอีกเมื่อกรรมการลงโทษปรับถอย 3 กริดสตาร์ทฐานขับรถกีดขวางวัลต์เตอรี บอตทัส ส่งผลให้เขาต้องออกสตาร์ทจากอันดับบ๊วยสุดในวันอาทิตย์นี้

ที่มา: BBC Sport

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้