ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อนุทินระบุ เท้ง เดินกดดัน กกต. เป็นสิทธิ์ แต่ต้องเคารพกฎหมาย

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มองกรณี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นำทีม iLaw เดิน 12 กม. กดดัน กกต. ฟ้องคดีฮั้ว สว. เป็นสิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
14 Sep 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
อนุทินระบุ เท้ง เดินกดดัน กกต. เป็นสิทธิ์ แต่ต้องเคารพกฎหมาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • อนุทิน ชาญวีรกูล มองการลงถนนของณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิเป็นสิทธิ์ที่ทำได้
  • ผู้นำฝ่ายค้านร่วมกับ iLaw เดิน 12 กิโลเมตรกดดัน กกต. ฟ้องคดีฮั้ว สว. 229 คน
  • นายกฯ ระบุวันนี้เป็นวันหยุดราชการ ทุกคนมีอุดมการณ์ของตัวเองที่ต้องรับฟัง
  • ย้ำเตือนให้ทุกกิจกรรมการแสดงออกต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมเดินเท้ากับกลุ่มไอลอว์ (iLaw) เป็นระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร เพื่อกดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 229 คน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 13 กันยายน 2569

ต่อประเด็นคำถามที่ว่าการที่ผู้นำฝ่ายค้านตัดสินใจลงถนนเดินขบวนด้วยตนเองแทนที่จะใช้กลไกและเวทีภายในรัฐสภานั้นมีความผิดปกติหรือไม่ นายอนุทินได้ให้มุมมองว่า เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ ทำให้บทบาทและการทำกิจกรรมนอกเวลาทำงานเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ โดยแต่ละบุคคลย่อมมีความคิด อุดมการณ์ และแนวทางในการขับเคลื่อนที่แตกต่างกันไป ซึ่งในฐานะผู้บริหารประเทศจำเป็นต้องเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนเหล่านี้

การที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเลือกใช้วิธีการลงถนนร่วมกับภาคประชาสังคม สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการกดดันทางการเมืองที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กรอบสถาบันนิติบัญญัติ โดยประเด็นคดีฮั้ว สว. ถือเป็นหนึ่งในข้อพิพาทสำคัญทางกฎหมายการเลือกตั้งของไทยที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด การออกมาเดินขบวนจึงเป็นเครื่องมือสื่อสารทางการเมืองเพื่อดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนควบคู่ไปกับการใช้ช่องทางทางกฎหมาย

แม้จะยอมรับในสิทธิเสรีภาพของการแสดงออกและการมีอุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละฝ่าย แต่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่ง นั่นคือการกระทำทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย หากการเคลื่อนไหวหรือการชุมนุมยังคงอยู่ในความสงบและเคารพกฎกติกาบ้านเมือง ก็ย่อมไม่ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคใด ๆ ตามมา

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้