ทนายอั๋น บุก กกต. สวมหน้ากากผี-ห้อยพระรุ่นขอบโต๊ะ
ทนายอั๋น บุรีรัมย์ นำมวลชนแต่งชุดแฟนซีบุกสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ท้าปล่อย 229 คน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทนายอั๋น นำมวลชน 10 คนบุกสำนักงาน กกต. จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์
- สวมหน้ากากผีและห้อยพระรุ่นขอบโต๊ะ ประชดการปล่อย 229 คน
- ระบุการทำงานของ กกต. ชุดนี้ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ทุกทาง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือที่รู้จักกันในนาม ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้นำมวลชนรวมประมาณ 10 คน เดินทางมายังที่ทำการของหน่วยงานดังกล่าว พร้อมกับสร้างสีสันด้วยการแต่งกายในชุดแฟนซีและสวมหน้ากากผีเพื่อจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ท่ามกลางความสนใจของผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน
การเดินทางมาในครั้งนี้ ทนายอั๋นระบุว่าได้แบ่งกิจกรรมออกเป็นสองขบวนหลัก โดยช่วงเช้าจะเป็นขบวนหมอผี และในช่วงบ่ายจะมีขบวนศาลไทยฟงตามมาสมทบ พร้อมทั้งมีการใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวปราศรัยเพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คนได้รับฟังเสียงสะท้อนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และการตัดสินใจในประเด็นสำคัญต่างๆ
"เข้าใจว่าวันนี้จะมีการปล่อยผีทั้ง 229 คน จึงต้องนำของเขมรมาพบกับ กกต.ชุดนี้ และ กกต.ทั้ง 7 คนต้องเจอของแรงแบบพระรุ่นขอบโต๊ะ"
ทนายอั๋น บุรีรัมย์
ภายในกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ดังกล่าว ทนายอั๋นได้สวมเหรียญที่เรียกว่ารุ่นขอบโต๊ะ พร้อมทั้งพกสิ่งของที่ระบุว่าเป็นของจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ เพื่อทำการสื่อความหมายในเชิงเปรียบเทียบกับการทำงานขององค์กรอิสระแห่งนี้ โดยย้ำว่าการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ต้องการให้กรรมการทั้ง 7 ท่านตระหนักถึงขอบเขตการปฏิบัติงานว่าสิ่งใดควรทำหรือหลีกเลี่ยง
การจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการแต่งกายแฟนซีและใช้อุปกรณ์ประกอบฉากอย่างหน้ากากผีหรือวัตถุกลุ่มเครื่องรางของขลัง เป็นรูปแบบการแสดงออกทางการเมืองที่มักพบเห็นได้บ่อยในบริบทการเมืองไทย เพื่อดึงดูดความสนใจจากสื่อมวลชนและสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ไปยังผู้มีอำนาจ โดยสะท้อนความไม่พอใจต่อกระบวนการทำงานขององค์กรอิสระที่มักถูกตั้งคำถามจากภาคประชาชนในประเด็นความโปร่งใสและความยุติธรรม
ทนายอั๋นยังได้กล่าวสรุปในตอนท้ายด้วยท่าทีที่ดุเดือดว่า ไม่ว่าผลลัพธ์หรือทิศทางในอนาคตจะออกมาในรูปแบบใด ประชาชนก็ยังคงตกอยู่ในฝ่ายที่ต้องสูญเสียและเสียเปรียบในทุกๆ ทางอยู่ดี ซึ่งสะท้อนมุมมองความสิ้นหวังต่อกลไกการตรวจสอบภาครัฐในปัจจุบัน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น