เมืองสหรัฐฯ ยกเลิกกล้อง Flock แต่ยังไร้ข้อสรุปเรื่องข้อมูล
หลายเมืองตั้งแต่ฟลอริดาถึงวอชิงตันกำลังยกเลิกสัญญากล้องอ่านป้ายทะเบียน AI ของ Flock ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องความเป็นส่วนตัว แต่ข้อมูลที่เก็บไปแล้วยังคงไร้ความชัดเจน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เมืองทั่วสหรัฐฯ ทยอยยกเลิกสัญญากล้องตรวจจับป้ายทะเบียน AI ของบริษัท Flock
- ความกังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวและการแชร์ข้อมูลสู่บุคคลที่สามนำไปสู่กระแสต่อต้าน
- ข้อตกลงในสัญญาทำให้ข้อมูลที่ถูกเก็บสะสมไว้ยังคงค้างอยู่ในระบบและยังไม่ถูกลบ
- ผู้นำท้องถิ่นในหลายเมืองอย่างชีบอยกันและบริดจ์วอเตอร์เริ่มดำเนินการปิดหรือคลุมกล้องแล้ว
เมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาตั้งแต่รัฐฟลอริดาไปจนถึงรัฐวอชิงตัน กำลังทยอยยกเลิกสัญญากับบริษัท Flock ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกล้องอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจากเผชิญกับกระแสกดดันและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชน อย่างไรก็ตาม การยกเลิกสัญญาไม่ได้หมายความว่าตัวกล้องจะถูกรื้อถอนออกไปในทันที หรือข้อมูลมหาศาลที่ถูกเก็บรวบรวมไว้จะถูกลบเลือนหายไปแต่อย่างใด
แม้ว่าหน่วยงานรัฐบาลระดับท้องถิ่นและระดับรัฐจะเริ่มหันมาจำกัดขอบเขตการสอดส่องดูแลของภาครัฐ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูงว่าทางบริษัท Flock จะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับชุดข้อมูลที่ได้เก็บสะสมไว้ก่อนหน้านี้ โดย ไซรา ฮัสซัน (Saira Hussain) ทนายความอาวุโสจากมูลนิธิ Electronic Frontier Foundation (EFF) ผู้ทำการตรวจสอบสัญญาของเทศบาลต่างๆ เกี่ยวกับ Flock มาแล้วหลายฉบับระบุว่า ชะตากรรมของข้อมูลเหล่านี้ยังคงเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
"สมมติว่าพวกเขายกเลิกสัญญา แล้วข้อมูลนั้นจะไปอยู่1ที่ไหน และสามารถถูกค้นหาได้นานแค่ไหน? คำถามดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ไม่มีความชัดเจน" ไซรา ฮัสซัน กล่าวถึงข้อกังวลที่หลายฝ่ายยังคงกังวลเกี่ยวกับสัญญาระหว่างเมืองกับบริษัทผู้ให้บริการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
กระแสการต่อต้านกล้อง AI ของ Flock สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างความต้องการด้านความปลอดภัยสาธารณะกับการปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชนในยุคดิจิทัล กรณีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วไป แต่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและการแชร์ข้อมูลข้ามหน่วยงาน ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเรื่องการเฝ้าระวังแบบเบ็ดเสร็จ (Mass Surveillance) โดยที่ประชาชนและผู้นำท้องถิ่นอาจไม่รู้เท่าทันเงื่อนไขในสัญญาตั้งแต่แรกเริ่ม
บริษัท Flock ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2017 โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์กล้องที่ไม่ได้จำหน่ายเพียงแค่ให้กับหน่วยงานรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจเอกชนและกลุ่มพลเมืองทั่วไปด้วย โดยชูจุดเด่นว่าเป็นเครื่องมือเสริมความปลอดภัยสาธารณะที่ไม่รบกวนชีวิตประจำวัน ในช่วงแรกของการดำเนินกิจการ บางเมืองถึงกับมีเงินสนับสนุนให้สมาคมเจ้าของบ้านนำกล้องเหล่านี้ไปติดตั้งในชุมชน ส่งผลให้เครือข่ายของ Flock ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีการติดตั้งกล้องมากกว่า 120,000 ตัวทั่วสหรัฐอเมริกา
การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้ประกอบกับรายงานข่าวเกี่ยวกับการนำเครือข่ายสอดส่องไปใช้ในทางที่ผิด ได้จุดชนวนให้เกิดกระแสการต่อต้านระลอกใหม่ จนทำให้ Flock กลายเป็นสัญลักษณ์ของการละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยในเมืองชีบอยกัน (Sheboygan) รัฐวิสคอนซิน สมาชิกรัฐสภาท้องถิ่นมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกสัญญาหลังจากพบรายงานว่าบริษัทพยายามนำข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตนที่เก็บได้ในเมืองขายคืนให้กับแผนกโยธาธิการของเมืองเอง แม้ว่าทางบริษัทจะยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้มีการนำข้อมูลของผู้บริโภคไปขายก็ตาม
"เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าข้อมูลจากกล้อง Flock จะถูกส่งไปที่ไหนบ้างเมื่อมันถูกเก็บรวบรวมไปแล้ว ชุมชนของเราไม่สบายใจที่จะใช้กล้องเหล่านี้โดยไม่มีการรับประกันว่าข้อมูลจะถูกใช้อย่างถูกต้องตามที่เราอนุญาต"
ไมค์ วิซา (Mike Wiza) นายกเทศมนตรีเมืองสเวนส์พอยต์
ในเมืองบริดจ์วอเตอร์ (Bridgewater) รัฐวิจิเนีย ซึ่งมีประชากรไม่ถึง 7,000 คน สภาเมืองได้ลงมติยกเลิกสัญญาและนำถุงมาคลุมทับกล้องของ Flock ทั้งหมด หลังจากศูนย์วารสารศาสตร์สืบสวนแห่งรัฐวิจิเนียเปิดเผยว่า ข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ถูกเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทำการค้นหามากถึง 7 ล้านครั้งภายในระยะเวลาเพียง 12 เดือน เนื่องจากข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลของบริษัท
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น