แฟนบอลพรีเมียร์ลีกยังมืดบอด: เมื่อไหร่จะได้ฟังเสียง VAR สด
เกือบ 10 ปีที่ระบบ VAR ถูกใช้งาน แต่แฟนบอลในสนามยังคงไม่ได้รับรู้เหตุผลของการตัดสิน ต่างจากผู้ชมทางบ้านและกีฬาอื่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แฟนบอล 74,161 คนในโอลด์แทรฟฟอร์ดไม่รู้ว่าการเช็กล้ำหน้าเกี่ยวข้องกับ เอ็นโซ เฟร์นันเดส
- ผู้ชมทางทีวีทราบรายละเอียดทั้งหมดและเห็นแมนเชสเตอร์ซิตี้ชนะ 1-0
- อิฟับและฟีฟ่ายังไม่เห็นชอบให้ถ่ายทอดเสียง VAR สดระหว่างเกม
- ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ พยายามผลักดันความโปร่งใสแต่ติดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ
การตัดสินของผู้ตัดสินในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษยังคงเป็นประเด็นถกเถียงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแฟนบอลที่ซื้อตั๋วเข้ามาชมเกมในสนามกลับต้องเผชิญกับความไม่ชัดเจน ขณะที่ผู้ชมผ่านหน้าจอโทรทัศน์กลับได้รับคำอธิบายที่ละเอียดกว่าผ่านการถ่ายทอดสด
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเหตุการณ์ในเกมที่แมนเชสเตอร์ซิตี้เอาชนะไป 1-0 เมื่อแฟนบอลจำนวน 74,161 คนในยยสนามโอลด์แทรฟฟอร์ดไม่มีทางรู้เลยว่า จังหวะที่ผู้ตัดสินไมเคิล โอลิเวอร์ เป่าให้ประตูของเออร์ลิง ฮาแลนด์ นั้น แท้จริงแล้วสถานการณ์ล้ำหน้าที่กำลังถูกตรวจสอบเกี่ยวข้องกับเอ็นโซ เฟร์นันเดส ต่างจากผู้ชมทางบ้านที่ได้รับชมและรับฟังคำอธิบายผ่านทีวีทันที
ไม่เพียงแต่เหตุการณ์นี้เท่านั้น ในเกมที่คริสตัล พาเลซ แพ้ให้กับอิปสวิช ทาวน์ 3-2 กองหลังตัวยืมอย่างอักเซล ดิซาซี ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในข้อหาเล่นรุนแรงอันตราย โดยเขาต้องยืนรออยู่ข้างสนามนานกว่าหนึ่งนาทีในระหว่างที่ VAR กำลังตรวจสอบจังหวะดังกล่าว แต่แฟนบอลที่เซลเฮิร์ตส์ พาร์ค กลับไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลใดๆ เลยตลอดช่วงเวลานั้น
ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ หัวหน้าคณะกรรมการผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก (Pro Ref) เคยให้สัญญาว่าจะเพิ่มความโปร่งใสและความเปิดกว้างนับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งในปี 2022 ซึ่งที่ผ่านมามีความพยายามผลักดันรายการ Match Officials Mic'd Up รวมถึงการให้ผู้ตัดสินประกาศคำตัดสินผ่านไมโครโฟนในสนาม และการทดลองใช้กล้อง RefCam พร้อมเสียงสดในฤดูกาลนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การนำเทคโนโลยีเสียงสดของ VAR มาใช้ในกีฬาฟุตบอลต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากองค์กรผู้ควบคุมกฎอย่าง IFAB และ FIFA เนื่องจากความกังวลเรื่องความกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อตัวผู้ตัดสิน ความผิดพลาดในการสื่อสารทั่วโลก และความเชื่อมั่นที่อาจลดลงหากมีการโต้เถียงกันสดๆ ระหว่างเกม ซึ่งแตกต่างจากกีฬาประเภทอื่นเช่นรักบี้หรืออเมริกันฟุตบอลที่อนุญาตให้แฟนบอลได้ยินบทสนทนาระหว่างผู้ตัดสินและห้อง VAR ได้อย่างเปิดเผย
ย้อนกลับไปในปี 2019 เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) เคยเป็นลีกแรกที่เผยแพร่เสียง VAR หลังจบการแข่งขัน และในเดือนสิงหาคม 2020 ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ ซึ่งเคยบริหารงานใน MLS ก็เคยนำทีมทดลองออกอากาศเสียง VAR สดระหว่างการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ MLS is Back ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ แต่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการทดลองลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีกเลยในลีกใดๆ
ปัจจุบันพรีเมียร์ลีกยังคงถูกมองว่าตามหลังลีกอื่นในแง่ความรวดเร็วในการเปิดเผยข้อมูล เช่น ลีกลาลีกาของสเปนที่เผยแพร่ทั้งเสียงและวิดีโอ VAR ของทุกจังหวะปัญหาผ่านโซเชียลมีเดียหลังจบเกมเพียงไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่อังกฤษยังคงต้องรอรายการประจำเดือนหรือใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะได้เห็นคลิปเหตุการณ์สำคัญ
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น