Skift Global Forum 2026: สตีฟ เคส เผยวิธีใช้ AI และความท้าทาย
สตีฟ เคส ผู้ร่วมก่อตั้ง AOL และซีอีโอ Revolution เตรียมขึ้นเวที Skift Global Forum วันที่ 22-24 ก.ย. 2026 เผยกลยุทธ์ลงทุนยุค AI และการรักษาความท้าทายที่มีคุณค่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สตีฟ เคส ซีอีโอ Revolution เตรียมขึ้นเวที Skift Global Forum 2026 วันที่ 22-24 ก.ย.นี้
- ชูแนวคิดหลัก: ใช้ AI กับสิ่งที่กำลังล้นเหลือ และลงทุนเงินทุนกับสิ่งที่หายาก
- เผยผลสำรวจ Chase Travel พบ 60% ของ Gen Z และ Millennials ต้องการใช้บริการตัวแทนท่องเที่ยว
- เน้นย้ำความสำคัญของการแยกแยะระหว่าง 'ความฝืดที่ดี' (good friction) และความฝืดที่แย่ในธุรกิจท่องเที่ยว
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเข้ามาพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรม คำถามสำคัญคือสิ่งใดกำลังจะล้นเหลือและสิ่งใดจะยังคงขาดแคลน นี่คือแกนหลักในการตัดสินใจลงทุนของ สตีฟ เคส (Steve Case) ผู้ร่วมก่อตั้ง AOL และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอของ Revolution ซึ่งเตรียมขึ้นเวทีงาน Skift Global Forum ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 ถึง 24 กันยายน 2026 นี้ เพื่อแบ่งปันมุมมองเรื่องทิศทางการลงทุนและการออกแบบประสบการณ์เดินทาง
เคสระบุว่าหลักการพิจารณาลงทุนของเขานั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือการตั้งคำถามว่าสิ่งนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ล้นเหลือ (abundant) หรือจะยังคงหายาก (scarce) ในอนาคต กลยุทธ์ของเขาจึงเป็นการนำ AI มาประยุกต์ใช้อย่างเต็มที่กับทุกสิ่งที่กำลังล้นเหลือ ขณะเดียวกันก็ทุ่มงบลงทุนไปยังสิ่งที่ยังคงมีความหายาก พร้อมชี้ว่าในโลกที่เต็มไปด้วยดิจิทัล มนุษย์ยิ่งโหยหาชุมชนที่แท้จริงกับบุคคลจริงในสถานที่จริง
แนวคิด 'ความอุดมสมบูรณ์สร้างความเหนื่อยล้าในการตัดสินใจ' (Paradox of Abundance) ที่เคสกล่าวถึงสะท้อนให้เห็นว่า ข้อมูลมหาศาลไม่ได้ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจขึ้นเสมอไป แต่กลับทำให้ลังเล การที่คนรุ่นใหม่หันมาพึ่งพาตัวแทนท่องเที่ยวจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีไม่สามารถแทนที่ความเชื่อมั่นจากมนุษย์ได้ทั้งหมด
ในประเด็นพฤติกรรมผู้บริโภค เคสชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของยุคดิจิทัลที่ผู้คนเข้าถึงข้อมูลได้มากกว่าเดิม แต่กลับมีความรู้สึกไม่มั่นใจในการตัดสินใจสูงขึ้น ซึ่งนำไปสู่ภาวะเหนื่อยล้าในการตัดสินใจ (decision fatigue) ข้อมูลจากผลสำรวจของ Chase Travel ที่สำรวจนักเดินทางมากกว่า 4,000 คน ได้สะท้อนภาพนี้อย่างชัดเจน โดยพบว่าร้อยละ 60 ของกลุ่ม Gen Z และ Millennials ระบุว่าพวกเขาต้องการใช้บริการตัวแทนท่องเที่ยว (travel advisor) แม้คนรุ่นนี้จะเติบโตมากับโลกดิจิทัลและใช้ AI ในการหาข้อมูล แต่เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจใช้เงินและเวลาจริง พวกเขากลับให้คุณค่ากับคำแนะนำจากมนุษย์มากกว่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"ผู้คนเข้าถึงข้อมูลได้มากกว่าเดิม แต่กลับรู้สึกไม่มั่นใจในคำตัดสินใจของตนเอง นั่นคือความย้อนแย้งของความอุดมสมบูรณ์"
สตีฟ เคส
สำหรับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เคสระบุว่ารูปแบบเดิมที่เป็นเพียงการทำธุรกรรมแบบครั้งคราว (transactional and episodic) ที่ลูกค้าจอง เข้าพัก และจากไปโดยเริ่มต้นใหม่ทุกทริปได้เปลี่ยนไปแล้ว บริษัทที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบันคือบริษัทที่สร้างความสัมพันธ์แบบทวีคูณ (compounding) ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทในเครือเข้าไปควบกิจการของ Inspirato และ onefinestay เพื่อขยายแพลตฟอร์มภายใต้ชื่อ The Exclusive Collective ในการรองรับความต้องการของกลุ่มครอบครัวที่ต้องการเดินทางอย่างมั่นใจ
อีกหนึ่งประเด็นที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังให้ความสนใจไม่เพียงพอคือความแตกต่างระหว่าง 'ความฝืดที่ดี' (good friction) และ 'ความฝืดที่แย่' (bad friction) โดยความฝืดที่แย่คือสิ่งอย่างการรอคิวตรวจความปลอดภัยนานๆ หรือการถือสายรอสายนานกับสายการบิน ซึ่ง AI ควรเข้ามาช่วยกำจัดสิ่งเหล่านี้ ส่วนความฝืดที่ดีคือสิ่งที่ผู้ประกอบการควรศึกษาว่าสิ่งใดที่ควรปกป้องไว้เพื่อสร้างคุณค่าที่แท้จริง
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น