เฉลิมพงศ์ จี้รัฐบาลเร่งทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ภูเก็ตรอนาน 30 ปี
นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเร่งสร้างทางด่วนพิเศษกะทู้-ป่าตอง หลังชาวภูเก็ตรอนานกว่า 30 ปี ชี้ความล่าช้ากระทบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเร่งโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง
- ชาวภูเก็ตต้องรอคอยโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว
- ความล่าช้าเกิดจากการทบทวนแบบก่อสร้าง อุโมงค์ และกระบวนการประมูล
- โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเดินทาง การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจภูเก็ต
ปัญหาการจราจรบนเส้นทางข้ามเทือกเขาระหว่างอำเภอกะทู้และหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินทางของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดมาอย่างยาวนานกว่าสามทศวรรษ โดยล่าสุดประเด็นดังกล่าวกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งหลังจากความพยายามผลักดันที่ยังคงเผชิญกับความล่าช้า
นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าและปัญหาของโครงการก่อสร้างทางด่วนพิเศษกะทู้-ป่าตอง โดยระบุว่าตนได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พร้อมทั้งเคยนำปัญหาดังกล่าวตั้งกระทู้ถามสดและหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรหลายต่อหลายครั้ง เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อจังหวัดภูเก็ต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวเผชิญกับอุปสรรคและความล่าช้ามาอย่างต่อเนื่อง มีการปรับเปลี่ยนและทบทวนรายละเอียดโครงการหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการลงทุน แบบก่อสร้าง โครงสร้างอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด ตลอดจนขั้นตอนการจัดหาผู้รับจ้างและการเปิดประมูล ซึ่งทุกขั้นตอนที่มีการเปลี่ยนแปลงล้วนส่งผลให้ระยะเวลาการรอคอยของประชาชนยืดเยื้อออกไปอีก
"ยิ่งช้ากระทบประชาชน-ท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ จังหวัดภูเก็ต"
เฉลิมพงศ์ แสงดี
โครงการทางด่วนพิเศษกะทู้-ป่าตอง ถือเป็นโครงการสำคัญในระดับภูมิภาคที่จะช่วยแก้ปัญหาคอขวดของการจราจรบนภูเขา ซึ่งเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่างป่าตองเข้ากับพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในของภูเก็ต การล่าช้าของโครงการไม่เพียงแต่เพิ่มต้นทุนการเดินทาง แต่ยังลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวและการขนส่งของจังหวัดอีกด้วย
สำหรับรายละเอียดเชิงเทคนิคที่เคยมีการศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ โครงการอุโมงค์ลอดเขานาคเกิดเคยมีการกำหนดขนาดความกว้างไว้ประมาณ 17.10 เมตร เพื่อรองรับการจราจรและการขนส่งที่หนาแน่น อย่างไรก็ตาม ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องหาข้อสรุปที่ชัดเจนเพื่อเร่งเดินหน้าโครงการนี้ให้ลุล่วงโดยเร็วที่สุดตามข้อเรียกร้องของตัวแทนประชาชน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น