วิกฤตวงการท่องเที่ยว: เมื่อครีเอเตอร์สร้างแรงบันดาลใจแต่ OTAs คว้ายอดจอง
ปัญหาการระบุที่มาของการจอง (Attribution) สั่นคลอนวงการครีเอเตอร์ท่องเที่ยว เมื่อแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่กวาดรายได้ไปครองในขณะที่ผู้สร้างคอนเทนต์ได้แค่ค่าจ้างทำคลิป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ครีเอเตอร์สร้างแรงบันดาลใจในการเดินทาง แต่การจองมักเกิดขึ้นผ่านช่องทางอื่นหลายสัปดาห์ต่อมา
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแบ่งโมเดลธุรกิจครีเอเตอร์ออกเป็น 5 รูปแบบ ตั้งแต่ค่าโฆษณาเหมาจ่ายไปจนถึงค่าคอมมิชชั่น 12%
- เทคโนโลยีจากบริษัทอย่าง Stay22 และ Curacity แก้ปัญหาการติดตามได้เพียงบางส่วนเท่านั้นในสภาพแวดล้อมที่จำกัด
- เนื้อหาที่สร้างด้วย AI กำลังทำให้ความไว้วางใจจากมนุษย์แท้ๆ มีค่ามากขึ้นแต่สร้างรายได้ยากขึ้นเช่นกัน
วงการครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องของยอดวิวหรือความนิยมอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการแย่งชิงสิทธิ์ในการรับเครดิตยอดจองตั๋วและโรงแรมที่เกิดขึ้นจริงหลังจากผู้ชมเสพคอนเทนต์
ปัญหาหลักคือความขาดตอนในการเชื่อมโยงข้อมูล ครีเอเตอร์คือผู้จุดประกายความอยากเดินทางให้กับผู้ชม แต่ตัวการจองมักจะเกิดขึ้นในอีกหลายสัปดาห์ต่อมา บนอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน ผ่านช่องทางอื่น โดยที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นเส้นทางทั้งหมดของผู้บริโภคตั้งแต่วันแรกที่เห็นคลิปจนถึงวันจ่ายเงินได้เลย
ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ที่การท่องเที่ยวแห่งหนึ่งทุ่มงบประมาณ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ครีเอเตอร์ทำคลิปโปรโมทเม็กซิโกซิตี้ ซึ่งมีผู้ชมสูงถึงสองล้านวิว มีคนแชร์ให้คู่สมรสดูและบันทึกโรงแรมไว้ในรายการโปรด ผ่านไปสามสัปดาห์ คนคนนั้นนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ค้นหาโรงแรมดังกล่าวผ่าน Google แล้วกดจองผ่าน Expedia การท่องเที่ยวเจ้าของงบประมาณคือผู้จ่ายเงินสร้างแรงบันดาลใจแต่กลับไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่ามันคุ้มค่า ในขณะที่ Expedia ไม่ได้ลงทุนสร้างความต้องการใดๆ เลยแต่กลับเป็นผู้คว้าธุรกรรมนั้นไป ส่วนครีเอเตอร์ผู้เริ่มต้นเรื่องทั้งหมดกลับได้รับเงินแค่ค่าจ้างทำคอนเทนต์ ไม่ใช่ส่วนแบ่งจากทริปที่เกิดขึ้นจริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความเหลื่อมล้ำนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า 5 โมเดลธุรกิจของครีเอเตอร์ในปัจจุบัน ตั้งแต่ค่าโฆษณาแบบเหมาจ่าย ลิงก์ Affiliate การค้าขายบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok การจองแบบเอเจนซี่อย่าง Fora ที่ให้ค่าคอมมิชชั่นราว 12% ไปจนถึงดีลสื่อขนาดใหญ่ที่ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง iShowSpeed และ Expedia โมเดลไหนกันแน่ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดสำหรับแบรนด์ท่องเที่ยว
การวิเคราะห์เชิงลึกชี้ให้เห็นว่า ปัญหา Attribution ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความซับซ้อนกว่าอีคอมเมิร์ซทั่วไปมาก เนื่องจากพฤติกรรมการท่องเที่ยวไม่ใช่การตัดสินใจซื้อทันที แต่ผ่านกระบวนการค้นหาข้อมูล พูดคุย ปรึกษาผ่านแชทส่วนตัว (DMs) หรือการบันทึกหน้าจอเก็บไว้ ซึ่งเครื่องมือปัจจุบันยังไม่สามารถแกะรอยเส้นทางโซเชียลแบบเปิดเหล่านี้ได้ทั้งหมด การที่ AI สามารถผลิตคอนเทนต์ท่องเที่ยวออกมาได้อย่างมหาศาลและมีต้นทุนต่ำ จึงยิ่งทำให้คุณค่าของความน่าเชื่อถือจากมนุษย์แท้ๆ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ประเมินมูลค่าได้ยากขึ้นไปอีก
แม้บริษัทเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยวอย่าง Stay22 และ Curacity จะพยายามแก้ปัญหาการติดตามนี้ แต่พวกเขาก็ทำได้เพียงจำกัดขอบเขตการวัดผลให้อยู่ในสภาพแวดล้อมแคบๆ เท่านั้น ยังไม่มีใครสามารถแก้ไขโจทย์การติดตามข้ามแพลตฟอร์มโซเชียลทั้งหมดได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น