ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สุสาน AI: รวมโปรเจกต์และสตาร์ตอัปที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

เจาะลึกสุสาน AI และโครงการที่ต้องปิดตัวลง ตั้งแต่ Relay, Humane AI Pin, Sora จนถึงปัญหาของ Apple Intelligence และ Microsoft Recall

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
16 Sep 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
สุสาน AI: รวมโปรเจกต์และสตาร์ตอัปที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Relay สตาร์ตอัป AI ปิดตัวลงเนื่องจากถูกแพลตฟอร์มใหญ่แซงหน้า
  • S&P Global เผย 42% ของโครงการ AI ในบริษัทถูกยกเลิกกลางทาง
  • Humane AI Pin และ Rabbit R1 เผชิญปัญหาหนักจนต้องปรับตัวหรือขายกิจการ
  • Microsoft Recall และ Apple Intelligence เจาะลึกอุปสรรคการพัฒนาและความล่าช้า

ในโลกเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ทุกโปรเจกต์จะประสบความสำเร็จตามที่วาดฝันไว้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา Relay เครื่องมืออัตโนมัติเวิร์กโฟลว์พลัง AI ที่เปิดตัวมาเป็นทางเลือกแทน Zapier ได้ประกาศปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ หลังจากดำเนินการมานาน 5 ปี เนื่องจากการแข่งขันที่ดุเดือดเมื่อแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI และ Google เริ่มพัฒนาฟีเจอร์อัตโนมัติเหล่านี้รวมไว้ในเครื่องมือของตนเองโดยตรง ทำให้ Relay สูญเสียความจำเป็นในการเป็นผลิตภัณฑ์เดี่ยว

เรื่องราวของ Relay เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของสตาร์ตอัปที่ถูกแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ทิ้งห่าง แต่ยังมีโครงการ AI อีกจำนวนมากที่ไม่รอดแม้แต่ภายในบริษัทผู้สร้างเอง โดยข้อมูลจาก S&P Global Market Intelligence ระบุว่า มีโครงการ AI ถึง 42% ที่ถูกบริษัทแม่สั่งล้มเลิกกลางทาง ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น เงินทุนไม่เพียงพอ ความท้าทายทางเทคนิค การแข่งขันสูง ความยากลำบากในการขยายสเกล หรือความต้องการใช้งานของผู้ใช้ที่ต่ำเกินไป

42%ของโครงการ AI ถูกบริษัทแม่ยกเลิก

ปรากฏการณ์นี้ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "สุสาน AI" ขึ้นมา เพื่อบันทึกเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ สตาร์ตอัป และโปรเจกต์ AI ที่ต้องปิดตัวลง ปรับเปลี่ยนทิศทาง หรือล้มเหลวไม่เป็นท่า เพื่อให้วงการอุตสาหกรรมได้เรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น Sora แพลตฟอร์มวิดีโอของ OpenAI ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงลิ่วและปัญหาการรักษาฐานผู้ใช้ จนต้องปิดตัวลงในเดือนมีนาคม 2026 นอกจากนี้ยังมีกรณีของ Notion Mail ที่เตรียมปิดตัวในวันที่ 22 กันยายน หลังจากผู้ใช้หันไปใช้ AI agents แยกต่างหากในการจัดการอีเมลแทน

broken computer hardware tech device electronic waste

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การปิดตัวของโปรเจกต์ AI เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถทางเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความอยู่รอดในตลาด ปัจจัยด้านต้นทุนการดำเนินงาน การสร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายใหญ่ และการตอบโจทย์ความปลอดภัยของผู้ใช้คือหัวใจสำคัญที่กำหนดชะตากรรมของสตาร์ตอัป

ในฝั่งของฮาร์ดแวร์ AI ก็พบเจอบล็อกความล้มเหลวไม่แพ้กัน Humane AI Pin อุปกรณ์สวมใส่ที่ระดมทุนได้ถึง 230 ล้านดอลลาร์ ประสบปัญหาประสิทธิภาพการทำงานและวิกฤตความปลอดภัยจากความเสี่ยงแบตเตอรี่ร้อนจนต้องเรียกคืน ก่อนที่บริษัทจะปิดกิจการในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และขายทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้ HP ในราคา 116 ล้านดอลลาร์ ด้าน Rabbit R1 ที่มียอดขายช่วงแรก 100,000 เครื่อง ก็ถูกวิจารณ์ว่าตัวเครื่องยังไม่สมบูรณ์และใช้งานได้จำกัด แม้บริษัทจะพยายามอัปเดตซอฟต์แวร์ต่อเนื่องและเตรียมออกโปรเจกต์ใหม่อย่าง Project Cyberdeck แล้วก็ตาม

ความท้าทายยังลามไปถึงยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Apple และ Microsoft โดย Apple เผชิญกับความล่าช้าในการปล่อยฟีเจอร์ Siri ใหม่ภายใต้ Apple Intelligence จนนำไปสู่การยอมความในคดีมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะเริ่มทยอยปล่อยให้ผู้ใช้ภาษาอังกฤษใช้งานใน iOS 27 beta เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ฟีเจอร์ Recall ของ Microsoft ที่ทำหน้าที่บันทึกหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างความจำเสมือน ก็ถูกต่อต้านอย่างรุนแรงเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย จนต้องเลื่อนการเปิดตัวและยังคงถูกตั้งคำถามจากนักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์ถึงปัจจุบัน

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้