เครือข่ายสารเสพติดบุกภูมิใจไทย จี้ ‘อนุทิน’ ดัน พ.ร.บ.กัญชาฯ
เครือข่ายสารเสพติดนำโดย นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น และ ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี บุกพรรคภูมิใจไทยเมื่อ 16 ก.ย. 69 จี้ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ลงนามรับรองร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับประชาชน เน้นเพื่อการแพทย์และการรักษาอย่างเท่าเทียม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เครือข่ายสารเสพติดบุกพรรคภูมิใจไทยยื่นหนังสือถึงอนุทิน
- จี้ลงนามรับรองร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับภาคประชาชน
- เน้นหลักสำคัญเพื่อการแพทย์และการรักษาอย่างเท่าเทียม
- ยืนจุดยืนไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อการสันทนาการ
เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด นำโดย นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ในฐานะผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด พร้อมด้วย ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) และคณะ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อเรียกร้องให้มีการลงนามรับรองร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .. (ฉบับภาคประชาชน) รวมถึงข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งทางมูลนิธิฯ และเครือข่ายภาคประชาชนได้เคยเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว โดยในครั้งนั้นคณะทำงานได้เข้าพบกับ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลปัญหายาเสพติด เพื่อนำเสนอประเด็นปัญหาและแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็น เนื่องในโอกาสวันต่อต้านยาเสพติดโลกซึ่งตรงกับวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การผลักดันร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับภาคประชาชนถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำกับดูแลพืชกัญชาในประเทศไทย หลังจากที่ผ่านมาเคยเกิดสุญญากาศทางกฎหมายและการถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมระหว่างกลุ่มที่ต้องการให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจเสรีและกลุ่มที่กังวลเรื่องผลกระทบทางสุขภาพ การที่เครือข่ายวิชาการเข้าพบหัวหน้าพรรคการเมืองโดยตรงสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการผลักดันกลไกนิติบัญญัติให้มีความรัดกุมและตอบโจทย์ผู้ป่วยอย่างแท้จริง
สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับภาคประชาชนที่ทางเครือข่ายฯ นำมาผลักดันในครั้งนี้ มีหัวใจหลักอยู่ที่การยึดถือประโยชน์ทางการแพทย์เป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเท่าเทียมและปลอดภัย ภายใต้การควบคุมดูแลที่เหมาะสมจากภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านยา
นอกจากประเด็นเรื่องการรักษาพยาบาลแล้ว ทางเครือข่ายสารเสพติดและศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ยังได้เน้นย้ำจุดยืนที่ชัดเจนว่า ทางกลุ่มไม่สนับสนุนให้มีการนำกัญชาไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในด้านการสันทนาการหรือการผ่อนคลายส่วนบุคคลแต่อย่างใด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผลกระทบตามมาต่อสังคมและเยาวชนในระยะยาว
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น