ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Canon EOS R8 Mark II กล้องฟูลเฟรมพร้อมกันสั่น

Canon เปิดตัว EOS R8 Mark II กล้องฟูลเฟรมความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล ดีไซน์เรโทร พร้อมระบบกันสั่นในตัว เริ่มวางจำหน่ายปลายตุลาคมนี้ในราคาเริ่มต้น 1,899 ดอลลาร์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
16 Sep 2026ที่มา: The Verge4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Canon EOS R8 Mark II กล้องฟูลเฟรมพร้อมกันสั่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Canon EOS R8 Mark II มาพร้อมเซนเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล
  • เพิ่มระบบกันสั่นในตัว 5 แกน (In-body stabilization) ที่รองรับการชดเชยการสั่นได้สูงสุด 7.5 สตอป
  • ดีไซน์ตัวเครื่องใหม่ทรงเหลี่ยมสไตล์เรโทร ได้แรงบันดาลใจจากกล้องฟิล์ม EOS 650 อายุเกือบ 40 ปี
  • วางจำหน่ายปลายเดือนตุลาคมนี้ เฉพาะบอดี้ราคา 1,899 ดอลลาร์ หรือชุดเลนส์ 24-50 มม. ราคา 2,099 ดอลลาร์

Canon ประกาศเปิดตัวกล้องมิเรอร์เลสรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการกับ Canon EOS R8 Mark II ซึ่งถือเป็นการสานต่อความสำเร็จของรุ่นแรก โดยมีการยกระดับฟีเจอร์สำคัญที่หลายคนรอคอย นั่นคือการใส่ระบบกันสั่นเซนเซอร์ในตัวกล้องเข้ามาด้วย หลังจากรุ่นแรกในปี 2023 เคยถูกตัดฟีเจอร์นี้ออกไปเพื่อทำราคาให้เข้าถึงง่ายกว่ารุ่น EOS R6 Mark II สำหรับบอดี้ของรุ่นใหม่นี้จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 1.2 ปอนด์ เนื่องจากชิ้นส่วนกันสั่นที่เพิ่มเข้ามา แต่ก็ยังคงมีน้ำหนักเบาและราคาประหยัดกว่ารุ่น EOS R6 Mark III ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว

ในด้านกำหนดการวางจำหน่าย Canon วางแผนจะส่ง Canon EOS R8 Mark II ลงสู่ตลาดในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ โดยตั้งราคาสำหรับบอดี้เปล่าไว้ที่ 1,899 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเลือกซื้อแบบชุดคิทพร้อมเลนส์ Canon 24-50 มม. ที่มีระบบกันสั่นในตัว ในราคา 2,099 ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าราคาเปิดตัวจะสูงกว่ารุ่น R8 ดั้งเดิมที่เปิดราคาไว้ 1,499 ดอลลาร์ แต่ก็ยังจัดว่าเป็นตัวเลือกกล้องฟูลเฟรมที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารุ่น R6 Mark III ซึ่งมีราคา 2,799 ดอลลาร์

Canon camera vintage design lens

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

24.2MPความละเอียดเซนเซอร์
7.5สตอปกันสั่นสูงสุด
40fpsถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง

สำหรับสเปกภายใน EOS R8 Mark II ยังคงใช้เซนเซอร์ CMOS แบบฟูลเฟรมความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซลตัวเดียวกับที่พบในรุ่น R6 Mark II โดยยังคงใช้งานชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ไม่มีชัตเตอร์กลไกมาให้ รองรับการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงสูงสุดที่ 40 เฟรมต่อวินาที พร้อมโหมด pre-continuous shooting ที่ช่วยบันทึกภาพสำรองล่วงหน้าสูงสุดอีก 20 ภาพก่อนกดชัตเตอร์ ส่วนระบบกันสั่น 5 แกนใหม่นี้สามารถชดเชยการสั่นไหวได้สูงสุดถึง 7.5 สตอป และยังทำงานร่วมกับเลนส์ที่มีระบบกันสั่นในตัวเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ระบบโฟกัสอัตโนมัติได้รับการอัปเกรดมาใช้เทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF II ที่ทางบริษัทระบุว่ามีการติดตามวัตถุที่เหนียวแน่นและแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถจำแนกวัตถุได้ทั้งสัตว์ ยานพาหนะ และมนุษย์ พร้อมความสามารถในการบันทึกจดจำใบหน้าบุคคลได้สูงสุด 10 คนเพื่อจัดลำดับความสำคัญในการโฟกัส ด้านการถ่ายวิดีโอรองรับความละเอียดสูงสุดที่ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที และสามารถดันเฟรมเรดไปถึง 180 เฟรมต่อวินาทีได้เมื่อปรับความละเอียดลงมาที่ 1080p นอกจากนี้ยังมีฟิลเตอร์สี 16 แบบ โหมดปรับความเบลอฉากหลังอย่างง่าย และระบบถ่ายภาพครีเอทีฟบราเก็ตติ้งที่กดชัตเตอร์ครั้งเดียวได้ 3 ภาพด้วยโทนสีและแสงที่ต่างกัน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"Canon credits the nearly 40-year-old EOS 650 and its pentaprism housing on top as the inspiration for the R8 Mark II."

Andrew Liszewski, The Verge

การเปลี่ยนแปลงที่สะดุดตาที่สุดคือดีไซน์ภายนอกที่ละทิ้งความโค้งมนของรุ่นเดิม หันมาใช้ทรงเหลี่ยมสันสไตล์กล้องฟิล์มยุคโบราณ โดยทาง Canon ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกล้อง EOS 650 ที่มีอายุเกือบ 40 ปี บริเวณส่วนหัวของปริซึม รวมถึงการเพิ่มจอยสติ๊ก multi-controller เหนือหน้าจอเพื่อความสะดวกในการเลือกจุดโฟกัส และการย้ายช่องใส่การ์ด SD เดี่ยวไปไว้ที่ด้านข้างตัวเครื่องเพื่อให้ยังคงถอดเปลี่ยนได้สะดวกแม้ใช้งานร่วมกับขาตั้งกล้อง นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมกริปต่อขยายจำหน่ายแยกในราคา 99.99 ดอลลาร์

การเพิ่มระบบกันสั่นในตัวให้กับ Canon EOS R8 Mark II ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการอุดจุดอ่อนของรุ่นก่อนหน้า ทำให้กล้องฟูลเฟรมระดับเริ่มต้นรุ่นนี้มีความครบเครื่องและตอบโจทย์สายคอนเทนต์ครีเอเตอร์รวมถึงช่างภาพสมัครเล่นที่ต้องการความนิ่งของภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาเลนส์ที่มีกันสั่นราคาแพงเสมอไป ประกอบกับการดีไซน์ย้อนยุคที่กำลังเป็นเทรนด์นิยมในตลาดกล้องดิจิทัลปัจจุบัน น่าจะช่วยดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความคลาสสิกผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ในเดือนตุลาคม Canon ยังเตรียมปล่อยแอปพลิเคชันใหม่สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ในชื่อ Dual Pixel 3D Converter ซึ่งใช้ข้อมูลภาพจากระบบออโต้โฟกัสแบบ Dual Pixel มาประมวลผลสร้างภาพสามมิติจากภาพถ่ายสองมิติปกติ ผู้ใช้สามารถสร้างภาพ 3 มิติที่ขยับมุมมองพื้นหลังได้ หรือแปลงเป็นโมเดล 3 มิติที่ตัดฉากหลังออก รวมถึงวิดีโอสั้นจำลองมิติของวัตถุตł

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้