Snap งัดไม้เด็ดปั้นแว่น AR ตัวท็อปราคา 2,200 ดอลลาร์
Snap เผยฟีเจอร์ใหม่แว่นอัจฉริยะ Specs ราคา 2,200 ดอลลาร์ ในงานที่ลอสแอนเจลิส หลังการเปิดตัวครั้งแรกประสบปัญหาหนักจนหุ้นร่วง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Snap จัดงานอีเวนต์ที่ลอสแอนเจลิสเพื่อกู้ชื่อแว่นอัจฉริยะ Specs ราคา 2,200 ดอลลาร์
- เพิ่มฟีเจอร์ความบันเทิงเชื่อมต่อกับ HBO Max และ Spotify รวมถึงโหมด Specs for Enterprise
- จับมือ NBA และ WNBA พัฒนาแอปฝึกซ้อมบาสเกตบอลด้วยเทคโนโลยี AR
- แพ็กเกจเชื่อมต่อเซลลูลาร์นอกบ้านร่วมกับ Verizon ราคาเริ่มต้น 10 ถึง 20 ดอลลาร์ต่อเดือน
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา การเปิดตัวแว่นอัจฉริยะตัวใหม่ในชื่อ Specs ของบริษัท Snap ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างยากลำบากสำหรับบริษัท ตัวแว่นมีราคาสูงถึง 2,200 ดอลลาร์ และมีดีไซน์ที่ชวนให้นึกถึงอุปกรณ์ดำน้ำ จนทำให้เกิดกระแสวิจารณ์เชิงลบในโลกออนไลน์ รวมถึงมีเสียงเรียกร้องให้ Evan Spiegel ซีอีโอของบริษัทลาออก ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Snap ดิ่งลงอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทพยายามหาจังหวะเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีน้ำหนักมากและมีราคาสูง ซึ่งผู้บริโภคทั่วไปอาจเอื้อมถึงได้ยากชิ้นนี้ สมควรที่จะมีอยู่ในตลาดจริงหรือไม่ จนกระทั่งล่าสุดในงานอีเวนต์ที่จัดขึ้น ณ เมืองลอสแอนเจลิส Spiegel และผู้บริหารคนอื่นๆ ได้ถือโอกาสนี้นำเสนอคุณสมบัติและบริการใหม่ๆ ที่เชื่อมต่อกับแว่น Specs เพื่อช่วยให้แว่นตารุ่นนี้สามารถบูรณาการเข้ากับกิจกรรมดิจิทัลที่หลากหลายยิ่งขึ้น และสร้างจุดประสงค์การใช้งานที่ชัดเจนกว่าเดิม
ภายในงานวันพุธที่ผ่านมา Spiegel ได้ขึ้นเวสาเพื่อสาธิตการใช้งานจริง พร้อมทั้งเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยเริ่มจากการเพิ่มความบันเทิงที่แว่น Specs สามารถเชื่อมต่อกับบริการสตรีมมิ่งอย่าง HBO Max และ Spotify ได้แล้ว ซึ่งช่วยเพิ่มความสนุกสนานแบบอินเทอร์แอกทีฟที่แว่นอัจฉริยะส่วนใหญ่ยังขาดหายไปในอดีต
นอกจากนี้ Snap ยังได้ประกาศเปิดตัวโปรแกรมใหม่ในชื่อ Specs for Enterprise เพื่อเจาะกลุ่มการทำงานในระดับองค์กร โดยบริษัทได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีหลายราย เช่น Amazon, Salesforce และ Nvidia เพื่อทำให้แว่นตานี้กลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับพนักงานในองค์กรเหล่านั้น โดยในวิดีโอสาธิตภายในงานได้แสดงให้เห็นภาพของช่างเทคนิคไอทีที่กำลังซ่อมแซมฮาร์ดแวร์โดยมีแว่น Specs ช่วยอำนวยความสะดวก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์บางอย่างที่ประกาศออกมาก็สร้างความฉงนให้กับผู้ร่วมงานไม่น้อย เช่น แอปพลิเคชันที่พัฒนาร่วมกับ NBA และ WNBA ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้งานฝึกซ้อมบาสเกตบอลและปรับปรุงความแม่นยำในการชู้ตลูกผ่านความสามารถด้าน AR ของแว่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คงต้องตั้งคำถามว่าจะมีสักกี่คนที่ยอมสวมแว่นตาก글ขนาดใหญ่เช่นนี้เพื่อเล่นกีฬาบาสเกตบอล
การที่ Snap พยายามผลักดันแว่นอัจฉริยะราคาแพงให้ตอบโจทย์ทั้งฝั่งความบันเทิงและภาคธุรกิจในเวลาเดียวกัน สะท้อนให้เห็นความพยายามในการหาทางรอดให้ฮาร์ดแวร์ที่ลงทุนไปสูง แม้ว่าตลาดคอนซูเมอร์ทั่วไปอาจจะยังไม่พร้อมรับกับราคาและดีไซน์ในตอนนี้ การเจาะตลาดองค์กรหรือช่างเทคนิคจึงเป็นกลยุทธ์ที่สมเหตุสมผลมากกว่าในการสร้างรายได้ระยะยาว
ในวันเดียวกันนั้น บริษัทonยังได้เปิดตัวแพ็กเกจการเชื่อมต่อสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานแว่น Specs นอกบ้านหรือนอกสถานที่ที่ไม่มีสัญญาณ Wi-Fi โดยขายแยกต่างหากพร้อมเคสชาร์จที่มีระบบเซลลูลาร์ในตัว ซึ่งให้บริการผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่าย Verizon โดยมีค่าบริการ 10 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับลูกค้า Verizon และ 20 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับลูกค้าทั่วไป
Snap มักจะอ้างเหตุผลด้านต้นทุนและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด โดยระบุว่าแว่นตัวนี้เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ที่สวมใส่บนใบหน้าของคุณ ทว่าผู้บริโภคจะยอมรับแนวคิดนี้หรือไม่ยังคงต้องติดตามกันต่อไป โดยบริษัทมีแผนที่จะเปิดร้านป๊อปอัพของแว่น Specs ในเมืองลอสแอนเจลิสเดือนตุลาคมนี้ ก่อนที่ตัวอุปกรณ์จะเริ่มจัดส่งอย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น