ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Snap งัดไม้เด็ดปั้นแว่น AR ตัวท็อปราคา 2,200 ดอลลาร์

Snap เผยฟีเจอร์ใหม่แว่นอัจฉริยะ Specs ราคา 2,200 ดอลลาร์ ในงานที่ลอสแอนเจลิส หลังการเปิดตัวครั้งแรกประสบปัญหาหนักจนหุ้นร่วง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
17 Sep 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Snap งัดไม้เด็ดปั้นแว่น AR ตัวท็อปราคา 2,200 ดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Snap จัดงานอีเวนต์ที่ลอสแอนเจลิสเพื่อกู้ชื่อแว่นอัจฉริยะ Specs ราคา 2,200 ดอลลาร์
  • เพิ่มฟีเจอร์ความบันเทิงเชื่อมต่อกับ HBO Max และ Spotify รวมถึงโหมด Specs for Enterprise
  • จับมือ NBA และ WNBA พัฒนาแอปฝึกซ้อมบาสเกตบอลด้วยเทคโนโลยี AR
  • แพ็กเกจเชื่อมต่อเซลลูลาร์นอกบ้านร่วมกับ Verizon ราคาเริ่มต้น 10 ถึง 20 ดอลลาร์ต่อเดือน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา การเปิดตัวแว่นอัจฉริยะตัวใหม่ในชื่อ Specs ของบริษัท Snap ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างยากลำบากสำหรับบริษัท ตัวแว่นมีราคาสูงถึง 2,200 ดอลลาร์ และมีดีไซน์ที่ชวนให้นึกถึงอุปกรณ์ดำน้ำ จนทำให้เกิดกระแสวิจารณ์เชิงลบในโลกออนไลน์ รวมถึงมีเสียงเรียกร้องให้ Evan Spiegel ซีอีโอของบริษัทลาออก ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Snap ดิ่งลงอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทพยายามหาจังหวะเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีน้ำหนักมากและมีราคาสูง ซึ่งผู้บริโภคทั่วไปอาจเอื้อมถึงได้ยากชิ้นนี้ สมควรที่จะมีอยู่ในตลาดจริงหรือไม่ จนกระทั่งล่าสุดในงานอีเวนต์ที่จัดขึ้น ณ เมืองลอสแอนเจลิส Spiegel และผู้บริหารคนอื่นๆ ได้ถือโอกาสนี้นำเสนอคุณสมบัติและบริการใหม่ๆ ที่เชื่อมต่อกับแว่น Specs เพื่อช่วยให้แว่นตารุ่นนี้สามารถบูรณาการเข้ากับกิจกรรมดิจิทัลที่หลากหลายยิ่งขึ้น และสร้างจุดประสงค์การใช้งานที่ชัดเจนกว่าเดิม

ภายในงานวันพุธที่ผ่านมา Spiegel ได้ขึ้นเวสาเพื่อสาธิตการใช้งานจริง พร้อมทั้งเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยเริ่มจากการเพิ่มความบันเทิงที่แว่น Specs สามารถเชื่อมต่อกับบริการสตรีมมิ่งอย่าง HBO Max และ Spotify ได้แล้ว ซึ่งช่วยเพิ่มความสนุกสนานแบบอินเทอร์แอกทีฟที่แว่นอัจฉริยะส่วนใหญ่ยังขาดหายไปในอดีต

$2,200ราคาจำหน่ายแว่นอัจฉริยะ Specs
$10-$20ค่าบริการแพ็กเกจเซลลูลาร์ต่อเดือน

นอกจากนี้ Snap ยังได้ประกาศเปิดตัวโปรแกรมใหม่ในชื่อ Specs for Enterprise เพื่อเจาะกลุ่มการทำงานในระดับองค์กร โดยบริษัทได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีหลายราย เช่น Amazon, Salesforce และ Nvidia เพื่อทำให้แว่นตานี้กลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับพนักงานในองค์กรเหล่านั้น โดยในวิดีโอสาธิตภายในงานได้แสดงให้เห็นภาพของช่างเทคนิคไอทีที่กำลังซ่อมแซมฮาร์ดแวร์โดยมีแว่น Specs ช่วยอำนวยความสะดวก

Los Angeles tech event presentation stage

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์บางอย่างที่ประกาศออกมาก็สร้างความฉงนให้กับผู้ร่วมงานไม่น้อย เช่น แอปพลิเคชันที่พัฒนาร่วมกับ NBA และ WNBA ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้งานฝึกซ้อมบาสเกตบอลและปรับปรุงความแม่นยำในการชู้ตลูกผ่านความสามารถด้าน AR ของแว่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คงต้องตั้งคำถามว่าจะมีสักกี่คนที่ยอมสวมแว่นตาก글ขนาดใหญ่เช่นนี้เพื่อเล่นกีฬาบาสเกตบอล

การที่ Snap พยายามผลักดันแว่นอัจฉริยะราคาแพงให้ตอบโจทย์ทั้งฝั่งความบันเทิงและภาคธุรกิจในเวลาเดียวกัน สะท้อนให้เห็นความพยายามในการหาทางรอดให้ฮาร์ดแวร์ที่ลงทุนไปสูง แม้ว่าตลาดคอนซูเมอร์ทั่วไปอาจจะยังไม่พร้อมรับกับราคาและดีไซน์ในตอนนี้ การเจาะตลาดองค์กรหรือช่างเทคนิคจึงเป็นกลยุทธ์ที่สมเหตุสมผลมากกว่าในการสร้างรายได้ระยะยาว

ในวันเดียวกันนั้น บริษัทonยังได้เปิดตัวแพ็กเกจการเชื่อมต่อสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานแว่น Specs นอกบ้านหรือนอกสถานที่ที่ไม่มีสัญญาณ Wi-Fi โดยขายแยกต่างหากพร้อมเคสชาร์จที่มีระบบเซลลูลาร์ในตัว ซึ่งให้บริการผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่าย Verizon โดยมีค่าบริการ 10 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับลูกค้า Verizon และ 20 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับลูกค้าทั่วไป

Snap มักจะอ้างเหตุผลด้านต้นทุนและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด โดยระบุว่าแว่นตัวนี้เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ที่สวมใส่บนใบหน้าของคุณ ทว่าผู้บริโภคจะยอมรับแนวคิดนี้หรือไม่ยังคงต้องติดตามกันต่อไป โดยบริษัทมีแผนที่จะเปิดร้านป๊อปอัพของแว่น Specs ในเมืองลอสแอนเจลิสเดือนตุลาคมนี้ ก่อนที่ตัวอุปกรณ์จะเริ่มจัดส่งอย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้