อนุทิน เตรียมคุย ทรัมป์ ทวงสัญญาภาษีพิเศษ พร้อมเช็กชื่อ วรภัค
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมต่อสายคุย โดนัลด์ ทรัมป์ วันที่ 18 ก.ย. 2569 เพื่อทวงสัญญาอัตราภาษีพิเศษ หลังไทยทำตามเงื่อนไขกัมพูชาครบถ้วน พร้อมเผยเห็นรายชื่อ วรภัค ใน 28 ลิสต์จ่อคว่ำบาตร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทิน เตรียมต่อสายพูดคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เพื่อทวงสัญญาอัตราภาษีใหม่
- ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รายงานว่าการเจรจาใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว
- ไทยดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาเรื่องทุ่นระเบิดและสแกมเมอร์ครบถ้วน
- พบชื่อ นายวรภัค ติดอยู่ใน 1 ใน 28 รายชื่อที่เตรียมถูกคว่ำบาตร
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 กันยายน 2569 ณ กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าได้รับการรายงานสถานการณ์จาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่าประเด็นการเจรจาทั้งหมดใกล้ได้ข้อสรุปในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้นำระดับสูงของทั้งสองประเทศได้พูดคุยหารือร่วมกัน
นายอนุทิน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนมีกำหนดการที่จะหารือในรายละเอียดเชิงลึกกับ นางศุภจี ในวันที่ 18 กันยายนนี้ โดยประเมินว่าภาพรวมของการเจรจาที่ผ่านมาถือว่ามีความคืบหน้าและดำเนินไปในทิศทางที่ดีอย่างยิ่ง แม้ว่าตัวท่านเองเพิ่งจะเดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ แต่ก็ได้รับรายงานความคืบหน้าจากทีมงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ผู้แทนการค้าของทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมเต็มที่สำหรับการต่อสายเจรจาในประเด็นข้อสุดท้ายที่ยังค้างอยู่
การเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ ในยุคนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการใช้กลไกการทูตระดับผู้นำเพื่อผลักดันข้อตกลงการค้าให้ลุล่วง โดยเฉพาะการนำผลงานรูปธรรมด้านความมั่นคงตามข้อตกลงร่วมกับกัมพูชามาเป็นแต้มต่อในการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในประเด็นสำคัญของการพูดคุย นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะใช้โอกาสนี้ในการทวงถามคำมั่นสัญญาที่ทางฝั่งสหรัฐฯ เคยให้ไว้ โดยระบุว่าประเทศไทยได้ดำเนินการตามเงื่อนไขในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยและกัมพูชาทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเก็บกวาดทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนและการปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือสแกมเมอร์อย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่เคยตกลงกันไว้ว่าสหรัฐฯ จะนำมาพิจารณาปรับลดอัตราภาษีนำเข้าให้เป็นกรณีพิเศษแก่ประเทศไทย
"ถ้าตนมีโอกาสคุยก็จะขอท่าน ในเรื่องที่ท่านบอกว่า ประเทศไทยเราปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา เรื่องการเก็บกวาดทุ่นระเบิดและปราบสแกมเมอร์ เราทำตามหมดเลยทุกอย่าง จำได้ไหมที่ท่านบอกว่าจะพิจารณาอัตราภาษีให้เป็นพิเศษ ตนก็จะเรียนถามว่าไทยจะได้ตรงนี้หรือไม่"
อนุทิน ชาญวีรกูล
นอกจากประเด็นการเจรจาภาษีแล้ว นายอนุทินยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับรายชื่อบุคคลที่อาจถูกมาตรการคว่ำบาตร โดยยอมรับว่าตนได้เห็นชื่อของ นายวรภัค ปรากฏอยู่ใน 1 ใน 28 รายชื่อของกลุ่มบุคคลที่เตรียมถูกใช้มาตรการคว่ำบาตรจากทางการต่างประเทศแล้ว ซึ่งจะต้องมีการติดตามตรวจสอบรายละเอียดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น