ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กูเกิลใช้ "การท่องเที่ยว" เป็นไม้ตาย โชว์เคสความสำเร็จธุรกิจ AI

กูเกิลหยิบยกอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาเป็นตัวชูโรงในผลประกอบการล่าสุด เพื่อพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังสร้างรายได้จริง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
29 Jul 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กูเกิลใช้ "การท่องเที่ยว" เป็นไม้ตาย โชว์เคสความสำเร็จธุรกิจ AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กูเกิลชูภาคท่องเที่ยวเป็นต้นแบบพิสูจน์ความสำเร็จธุรกิจ AI ทั้งโฆษณา คลาวด์ และธุรกรรม
  • ข้อมูลการค้นหาการเดินทางมีความละเอียดสูง ช่วยให้ระบบ AI วิเคราะห์ความต้องการและยิงโฆษณาได้แม่นยำ
  • ขยายโครงการทดลอง Direct Offers ร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่ เช่น IHG Hotels & Resorts และ Booking Holdings
  • ทิศทางใหม่มุ่งเน้นการจองห้องพักได้โดยตรงภายในหน้าจอ AI Mode ของกูเกิล

ในการรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด กูเกิล (Google) ได้เลือกให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการอธิบายทิศทางธุรกิจ โดยผู้บริหารระดับสูงได้หยิบยกกรณีศึกษาด้านการเดินทางมาแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังผสานรวมเข้ากับบริการค้นหาโฆษณา บริการคลาวด์ และระบบธุรกรรมอย่างไรบ้าง แม้ว่ารายได้หลักจากโฆษณาค้นหาในไตรมาสดังกล่าวจะขับเคลื่อนด้วยกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและ ภาคการเงินเป็นหลักก็ตาม

เหตุผลที่กูเกิลเลือกใช้การท่องเที่ยวเป็นตัวอย่างหลัก เนื่องจากข้อมูลการค้นหาเกี่ยวกับการเดินทางมีความอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยรายละเอียดเชิงลึกมากกว่าหมวดหมู่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นวันเวลาเดินทาง งบประมาณ จุดหมายปลายทาง ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องการ ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มอบสัญญาณที่ชัดเจนและแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยให้ระบบของกูเกิลสามารถจับคู่ข้อเสนอที่ต้องจ่ายเงินให้เข้ากับแผนการที่นักเดินทางกำลังวางแผนอยู่จริงได้อย่างลงตัว

กลยุทธ์ดังกล่าวถูกนำมาปฏิบัติจริงผ่านความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยล่าสุด IHG Hotels & Resorts เตรียมที่จะนำเสนอข้อเสนอพิเศษผ่านระบบ AI ของกูเกิล ซึ่งเป็นการเข้าร่วมโครงการต่อจากพันธมิตรรายก่อนหน้าอย่าง Booking Holdings และ Expedia สะท้อนให้เห็นความพยายามในการผลักดันระบบนำเสนอข้อเสนอโดยตรง (Direct Offers)

hotel booking mobile application technology

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในขณะเดียวกัน กูเกิลกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจองภายในสภาพแวดล้อม AI ของตนเอง ด้วยการขยายโปรโตคอล Universal Commerce Protocol เข้าสู่การจองโรงแรม เพื่อมุ่งเป้าไปที่การอนุญาตให้นักเดินทางสามารถทำธุรกรรมจองเที่ยวบินและโรงแรมให้เสร็จสิ้นได้โดยตรงภายใน AI Mode ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานประจำต่อเดือนทะลุ 1,000 ล้านคนแล้ว

การที่กูเกิลหันมาเน้นย้ำเรื่องการท่องเที่ยวและ AI สะท้อนถึงสงครามการแย่งชิงพื้นที่ปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค เนื่องจากปัจจุบันแพลตฟอร์มสนทนาและผู้ช่วยอัจฉริยะ (เช่น ChatGPT หรือแอปพลิเคชันจากเครือโรงแรมเอง) กำลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ในการวางแผนเดินทาง แทนที่จะเป็นการเข้าหน้าเว็บไซต์ค้นหาแบบเดิม การผลักดันฟีเจอร์จองจบในที่เดียวจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้กูเกิลยังคงความสำคัญในฐานะตัวกลางทางธุรกิจท่องเที่ยวเอาไว้ได้

อย่างไรก็ตาม บรรดาแบรนด์ท่องเที่ยวรายใหญ่ไม่ได้ฝากอนาคตไว้กับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเท่านั้น แต่เลือกที่จะกระจายความเสี่ยงไปตามช่องทาง AI หลากหลายแห่ง ตัวอย่างเช่น IHG ที่ได้เปิดตัวแอปพลิเคชันบน ChatGPT เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาโรงแรมในเครือที่มีอยู่มากกว่า 7,000 แห่งได้โดยตรง แม้ว่าทางกูเกิลจะยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขสถิติเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการท่องเที่ยวหรืออัตราการคลิกผ่าน (CTR) ออกมาในขณะนี้ แต่ทิศทางของบริษัทก็แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการรวบรวมโฆษณา เครื่องมือการจอง และพื้นที่โฆษณาแบบเสียเงินให้อยู่ภายใต้หน้าจอสนทนาเดียวกัน

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้